ทำสลัดลดน้ำหนักด้วยตัวเอง

เมนูลดน้ำหนักชั้นดีในปัจจุบันนี้คงหนีไม่พ้นสลัดผักในกลุ่มดารานักแสดงจะนิยมทำทานมาก Continue reading “ทำสลัดลดน้ำหนักด้วยตัวเอง” »

ลดน้ำหนักด้วยต้มยำปลาช่อน

อาหารลดน้ำหนักประเภทต้ม มีหลักการคล้ายกับประเภทนึ่ง คือใช้น้ำแทนน้ำมันในการปรุงอาหาร ทำให้ไม่ต้องรับไขมันเข้าไปเยอะ Continue reading “ลดน้ำหนักด้วยต้มยำปลาช่อน” »

ชีวิตฟีลกู้ด แค่ดื่มน้ำเปล่าให้ถูกวิธี

ใครก็รู้ว่า น้ำเปล่า ดีต่อสุขภาพ แต่ใช่ว่าดื่มน้ำธรรมดาแล้วจะฟีลกู้ดทันที ของแบบนี้อยู่ที่เทคนิคดีๆ เหมือนกัน เพราะหากดื่มน้ำถูกวิธีแล้ว สุขภาพก็จะปัง รับปีใหม่ได้ไม่ยาก

ก็เพราะน้ำนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต เพราะร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำเกือบ 70% ในแต่ละวันจะมีการขับน้ำออกจากร่างกายในรูปแบบปัสสาวะ เหงื่อ และหายใจประมาณ 0.5-2 ลิตร ทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย เป็นส่วนประกอบของเลือด ช่วยการไหลเวียนโลหิต ทั้งยังช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้คงที่ และยังช่วยย่อย ดูดซึม และนำพาสารอาหารไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ที่สำคัญคือช่วยหล่อลื่นการทำงานอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ทั้งการขับถ่ายและกำจัดของเสียและสารพิษออกจากร่างกายและช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ผิวพรรณดูสดใส งามจากภายในสู่ภายนอกนั่นเป็นเหตุผลให้เราต้องดื่มน้ำ 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อไปรักษาสมดุลในร่างกายนั่นเอง

หมอเอิง-อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เผยว่า โดยทั่วไปแล้วเราควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 6-8 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตร หากยิ่งดื่มน้ำมากก็จะยิ่งขับถ่ายของเสียได้ดีมากขึ้น ทำให้ผิวพรรณชุ่มชื่น เปล่งปลั่ง ลดความเครียดได้อีกด้วย

“ช่วงเวลาที่ดื่มน้ำแล้วได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด คือ ดื่มหลังจากเพิ่งตื่นนอน จากนั้นดื่มน้ำก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง และหลังอาหาร 1 ชั่วโมงในแต่ละมื้อ และสุดท้ายก่อนนอน 1 ชั่วโมง ซึ่งวิธีการดื่มน้ำไม่ได้ตายตัว อยู่ที่เทคนิคแต่ละคน แบ่งตามไลฟ์สไตล์ แต่ไม่ควรดื่มน้ำ 8 แก้วรวดเดียว เพราะจะทำให้โซเดียมในเลือดลดลง ทำให้กระหายน้ำยิ่งขึ้น สมองบวม ส่วนตัวจะดื่มเช้า 3 แก้ว เพื่อเติมน้ำให้เลือด ตอนกลางวัน 3 แก้ว เพื่อช่วยขับของเสียในร่างกาย ก่อนอาบน้ำ 1 แก้ว เพื่อลดความดันโลหิต และก่อนนอน 1 ชั่วโมง 1 แก้ว เพื่อกำจัดสิ่งตกค้างในร่างกาย ช่วยให้หลับสบาย แต่ต้องไม่ดื่มมากจนเกินไป เพราะจะทำให้นอนหลับไม่เพียงพอได้”

ไม่ว่าจะเทคนิคไหน ขอให้เป็นน้ำสะอาด ก็ให้ผ่าน 1 สเต็ปแล้ว

เทคนิคการเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพ

เวลาเราเข้าไปเลือกซื้ออาหารทุกวันนี้ แต่ละสโตร์แย่งกันจัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม ซื้อนั่น แถมนี่ แพคเกจสวยโดนใจ เรียกว่าทำเอาเราตั้งตัวไม่ทัน หยิบใส่รถเข็นเหมือนคนไร้สติ รู้ตัวอีกทีก็ตอนกลับเข้าบ้านแล้ว เกิดคำถามว่า “ฉันซื้อมาทำไมเนี่ย ?” เพราะเราเลือกซื้อแต่ราคาที่คุ้มค่า จนมองข้ามข้อมูลทางโภชนาการไปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นเลยมีเทคนิคการเลือกอาหารที่คุ้มประโยชน์สูงสุดมาฝากกันค่ะ


การอ่านฉลากผลิตภัณฑ์
– Natural ต้องเลือกชนิดที่เขียนว่า “Natural 100%” หรือ “ไม่ใส่สารกันบูด” และทางที่ดีควรดูส่วนผสมจริงๆ ด้วยว่าธรรมชาติ 100% หรือเปล่า

– โฮลเกรน หรือ ธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือขัดสีน้อยที่สุด โดยยังคงมีส่วนประกอบสำคัญอยู่อย่างครบถ้วน ทั้งเยื่อหุ้มเมล็ด เนื้อเมล็ด และจมูกข้าว เพื่อให้ได้ประโยชน์จากธัญพืชอย่างครบถ้วนควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโฮลเกรน ปราศจากน้ำตาลหรือปราศจากไขมัน แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็ไม่ได้ปราศจากพลังงานนะ ก่อนหยิบใส่ตะกร้าอย่าลืมพลิกดูปริมาณพลังงานให้ดีก่อนด้วย

– ดูตารางข้อมูลโภชนาการ เพื่อให้รู้ว่ามีปริมาณ อะไรเท่าไหร่ ในผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เราทราบว่าเราควรทานในปริมาณเท่าหร่ แล้วในปริมาณนั้นให้พลังงานเท่าไหร่

– คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค เป็นส่วนที่บอกปริมาณพลังงานทั้งหมด พลังงานจากไขมัน และปริมาณสารอาหารต่างๆ เช่น ไขมันทั้งหมด โคเลสเตอรอล โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร น้ำตาล โซเดียม รวมถึงพวกวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่เราจะได้จากการกินผลิตภัณฑ์อาหารนั้นต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ข้อมูลเหล่านี้ยังช่วยให้เราเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับภาวะสุขภาพได้ เช่น ผู้ที่มีปัญหาโคเลสเตอรอลในเลือดสูง ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีโคเลสเตอรอลหรือโคเลสเตอรอลต่ำ หรือหากต้องการควบคุมน้ำหนัก ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีพลังงาน ไขมัน โซเดียม และน้ำตาลน้อยๆ เป็นต้น

เพราะฉะนั้น เพื่อสุขภาพที่ดีในการเลือกผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและโภชนาการ เราจึงควรอ่านฉลากให้ถี่ถ้วน ก่อนที่จะตกหลุมพรางความถูกของแถม จนเราเสียเงินและยังถูกทำลายสุขภาพอีกด้วยนะ