หอคอยแห่งเบเลมประเทศโปรตุเกส

Torre de Belem หรือ หอคอยแห่งเบเลม สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1515-1521 รูปแบบของหอคอยเป็นศิลปะแบบเรอเนสซองซ์ Continue reading “หอคอยแห่งเบเลมประเทศโปรตุเกส” »

อยากทานอาหารเด็ดต้องไปเยาวราช

อยากหาอะไรอร่อยๆ ทานต้องไปเยาวราชย่านชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงคึกคักอยู่จวบจนปัจจุบัน

Continue reading “อยากทานอาหารเด็ดต้องไปเยาวราช” »

“Tuscany” ร้านเก๋สไตล์อิตาเลียน รสดีอาหารไทยฟิวชั่น

ใครที่อยากไปอิตาลีแต่ยังไม่มีโอกาสได้ไป ที่ร้าน “Tuscany Thai Cuisine” (ทัสคานี ไทย ควิซีน) ที่ตั้งอยู่ตรง ซ.พหลโยธิน 23 เขาได้จำลองบรรยากาศแบบอิตาเลียนมาไว้ให้คนไทยได้สัมผัสกันอย่างจุใจ

บรรยากาศของร้านทัสคานีแห่งนี้ จัดตกแต่งให้ได้อารมณ์เหมือนกับแคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี ตั้งแต่รูปทรงของอาคารที่สร้างเป็นรูปแบบบ้านมีสีสัน การตกแต่งทั้งภายในและภายนอกเน้นคอนเซปต์แบบอิตาลีจริงๆ ดูรื่นรมย์ชวนนั่ง แถมยังมีหลากหลายโซนให้เลือกนั่งตามชอบใจ ถ้าใครชอบนั่งในห้องแอร์เย็นสบาย แนะนำโต๊ะนั่งด้านในบ้านที่จัดตกแต่งแบบอบอุ่น และด้านในนี้ยังมีห้องคาราโอเกะให้บริการอีก 3 ห้องสำหรับผู้ที่รักการร้องเพลง

2012711152422

แต่ถ้าใครชอบนั่งแบบกินลมชมธรรมชาติ แนะนำโซนด้านนอกที่โต๊ะให้เลือกนั่งในมุมสบายๆ มากมาย มีโซนตะนั่งติดสระน้ำชวนนั่งแบบผ่อนคลาย หรือจะเป็นโซนโต๊ะนั่งชั้นลอย ที่มีโต๊ะพูลให้บริการด้วย อีกทั้งที่นี่ยังมีวงดนตรีเล่นเพลงแนวอะคูสติกถึง 2 วง มาเล่นเพลงเพราะๆ ให้ฟังทุกวัน วงแรกเล่นเวลา 19.30 น. และวงที่สองเล่นเวลา 22.00 น. เรียกว่าฟังเพลงแบบเพลิดเพลินเคียงคู่ไปกับการกินอาหารแบบสำราญกันไป

TuscanyThaiCuisine.5

สำหรับอาหารที่มีให้บริการ ทางร้านเน้นเมนูอาหารไทยฟิวชั่น รสชาติแบบจัดจ้านซึ่งทางร้านคิดค้นสูตรขึ้นมาโดยเฉพาะ และก็ยังมีอาหารอิตาเลียนให้ได้ลิ้มลองกันด้วย ซึ่งอาหารของที่นี่ชวนลิ้มลองเป็นอย่ามาก เพราะทางร้านพิถีพิถันใส่ใจทุกรายละเอียดของอาหารที่นำเสนอ เน้นคัดสรรวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ เพื่อนำมาปรุงแต่งเป็นอาหารเลิศรสที่ชวนชิมมากมาย

“Tuscany Thai Cuisine” (ทัสคานี ไทย ควิซีน) ตั้งอยู่ที่ 8 ซ.พหลโยธิน23 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม. การจากถ้ามาจากถ.พหลโยธิน ให้เลี้ยวเข้าซ.พหลโยธิน 23 ตรงไปประมาณกลางซอยก่อนถึงทางเลี้ยว จะเห็นร้านทัสคานีอยู่ทางขวามือ หรือถ้ามาจากถ.วิภาวดีรังสิต ให้เลี้ยวเข้าซ.วิภาวดีรังสิต 32 ตรงไปตามทางบังคับ จะเห็นร้านทัสคานี อยู่ซ้ายมือ มีป้ายร้านให้เห็นเจน เปิดทุกวัน เวลา 11.00-24.00 น. ถ้ามากินแนะนำว่าควรโทร. มาจองโต๊ะก่อน โทร. 08-2324-9555

Sirocco วิวสวย อาหารอร่อยกลางกรุงเทพ

Sirocco สถานที่ที่จะทำให้อาหารมื้อค่ำของคุณ สุดแสนโรแมนติกและน่าจดจำ เพราะคุณจะได้เพลิดเพลินกับวิวสวยในมุมสูงอันน่าทึ่งของกรุงเทพฯ ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนและแสงดาวที่โอบล้อม อีกทั้งยังมีวงดนตรีแจ๊สที่เล่นกันสด ๆ คอยขับกล่อมให้เคลิบเคลิ้มไปกับอาหารสไตล์เมดิเตอเรเนียน นุ่มลิ้น น่าลิ้มลองหลากหลายเมนู นอกจากนี้ ยังมี Sky Bar บาร์รูปวงกลมที่สามารถเปลี่ยนสีได้ตามจังหวะดนตรีแจ๊ส (ว้าว!) ตั้งโดดเด่นอยู่ปลายทาง สำหรับจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ให้ชุ่มคอ ^^

sirocco

Sirocco สูงสุดโรแมนติกสุด ร้านนี้เป็นที่สุดของที่สุดแล้วจริงๆ ทั้งเรื่องความสูงของร้าน ที่อยู่สูงถึงชั้นที่ 63 ของโรงแรมเลอบัว สูงชนิดที่แทบจะเหยียบยอดเมฆได้เลยมั้งนั่น เวลามองไปรอบๆ ก็จะเห็นวิวกรุงเทพฯ แบบไกลสุดลูกหูลูกตา มีวิวแม่น้ำเจ้าพระยาให้ชมกันด้วยแถมยังขึ้นชื่อในเรื่องบรรยากาศสุดโรแมนติก ที่สาวๆ หลายคนฝันกันไว้ว่า อยากจะให้แฟนพามาดินเนอร์ใต้แสงเทียนสักครั้ง แต่เพราะที่ “Sirocco” นอกจากขึ้นชื่อเรื่องความสูงแล้ว เรื่องราคาก็สูงขึ้นชื่อไม่แพ้กัน เบียร์และเครื่องดื่มต่างๆ เริ่มต้นที่ 300 บาท ไปจนถึงเกือบๆ 500 ส่วนอาหารก็มีที่ถูกสุดคือสลัด จานละประมาณ 500 นอกนั้นอาหารจานละเกิน 500 เรื่อยไปจนถึงพันแทบทั้งสิ้น แต่อาหาร บริการและวิวทิวทัศน์ก็ดีเลิศสมกับราคาที่จ่ายไป แต่ถ้างบน้อย หรือไม่อยากจ่ายแพง เพราะแค่อยากขึ้นไปชมวิวเท่านั้น ก็เลือกไปที่บาร์ได้ สั่งแค่เครื่องดื่มมาดื่มขณะชมวิวเพลินๆ

sirocco-01

Sirocco ตั้งอยู่บนยอดตึก State Tower ถ.สีลม ร้านอยู่ชั้นที่ 63 เมื่อท่านไปถึงจะมีพนักงานต้อนรับและพาไปที่บาร์เพื่อรอโต๊ะ ระหว่างนั้นก็ดูวิวให้เพลิดเพลิน นั่งมองวิวกรุงเทพได้เลย

          ที่ตั้ง  :  ชั้น 63 โรงแรมเลอบัวแอทสเตททาวเวอร์ ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
          เวลาเปิด – ปิด  :  18.00 – 01.00 น.
          โทรศัพท์  :  02-6249555

 

Sweet Pista Bangkok ‘ข้าวหมา-ข้าวแมว’ ร้านอาหาร..เมนูชื่อแปลก..แต่อร่อย

สำหรับร้านแนะนำวันนี้มีชื่อว่า “Sweet Pista Bangkok” ร้านเล็ก ๆ ขนาดกำลังดี ตั้งอยู่ที่ ซอยสุขุมวิท 31 บริเวณโครงการ “กรีนคอนเนค”

aHR0cDovL3AzLmlzYW5vb2suY29tL3RyLzAvdWQvMjc5LzEzOTc3NDkvMi5qcGc=

ตัวร้านเป็นอาคาร 2 ชั้นขนาดไม่สูงมากนัก มีร้านอื่นๆ อีกหลายร้านอยู่ในบริเวณเดียวกัน ตัวร้านตกแต่งเรียบง่ายเป็นแนว Loft เน้นไม้ ประดับร้านด้วยของสะสมต่างๆ และจักรยานที่นำมาวางไว้เป็นจุด ๆ รอบร้าน เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นไม้ บรรยากาศของร้านออกแบบให้ดูมีสไตล์ เรียบเก๋ ให้ความรู้สึกอบอุ่น ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการสัมผัสได้ถึงความเป็นกันเอง

IMG_2783

อาหารของที่นี่มีอาหารให้เราเลือกทานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สปาเก็ตตี้, เฟรนช์ฟรายส์, ซี่โครงหมูทอด, ข้าวผัดปลาทู, สลัดหอมทอด, แฮมเบอร์เกอร์, หอมทอดราดน้ำสลัด, สเต็กเบคอนชีสเบอร์เกอร์ แค่ฟังแต่ละเมนูแล้วทำให้หิวขึ้นมาเลย อาหารทุกอย่างของที่ร้านเป็นโฮมเมดเมนู

วันนี้เราเลือกสั่งเมนูซิกเนเจอร์มาทานกันแค่ชื่อก็ชวนหิวแล้ว เริ่มกันที่จานแรกมีชื่อว่า “ข้าวแมว” เป็นการนำข้าวมาคลุกปลาทู เสิร์ฟคู่กะพริกน้ำปลาอร่อยมาก(100 บาท) ที่ใครมาแล้วไม่ควรพลาด

aHR0cDovL3AzLmlzYW5vb2suY29tL3RyLzAvdWQvMjc5LzEzOTc3NDkvMTAuanBn

หรือจะลองเมนู “ข้าวหมา ที่มาพร้อมไข่ดาว” ข้าวหมาเป็นการนำหมูสับคั่วกระเทียมมาคลุกข้าว (100 บาท)

aHR0cDovL3AzLmlzYW5vb2suY29tL3RyLzAvdWQvMjc5LzEzOTc3NDkvMTEuanBn

อาหารแต่ละจานของห้องอาหารแห่งนี้ถูกสร้างสรรค์และคิดค้นอย่างประณีตทุกจานดูแลและปรุงโดย Chef เจ้าของร้าน และอาหารของร้านค่อนข้างจานใหญ่ดังนั้นสามารถสั่งมาทานแบ่งกันกินกับเพื่อน ๆ ได้

Sweet Pista Bangkok สุขุมวิท 31 โทร. 02-662-2866
ร้านปิดวันจันทร์

‘1839 Cafe & Gallery’ ร้านฮิปๆ ที่เหล่าฮิปสเตอร์…ไม่ควรพลาด

‘1839 Cafe & Gallery’ ร้านฮิปๆ ที่เหล่าฮิปสเตอร์...ไม่ควรพลาด

‘1839 Cafe & Gallery’ ร้านฮิปๆ ที่เหล่าฮิปสเตอร์…ไม่ควรพลาด

‘1839 Cafe & Gallery’ ฮิปสเตอร์…ไม่ควรพลาด

รู้หรือไม่ ภาพถ่ายเซลฟี่ใบแรกเกิดขึ้นในปีคริสต์ศักราช 1839 หรือนับจนถึงปัจจุบันก็คือ 123 ปี โดย ‘Robert Cornelius’ นี่คือที่มาแนวคิดของร้าน ‘1839 Cafe & Gallery’

‘1839 Cafe & Gallery’ คาเฟ่และแกลอรี่เล็กๆ ตั้งอยู่ปากซอย ลาดพร้าววังหิน 62 บรรยากาศของร้านค่อนข้างน่ารักเลยทีเดียว การตกแต่งมีคอนเซ็ปท์มาจากภาพถ่ายเซลฟี่ภาพแรกของโลก ผนังของร้าน‘1839 Cafe & Gallery’ถูกตกแต่งด้วยภาพถ่ายและเรียงรายไปด้วยกล้องถ่ายรูปตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

ภายในร้านมีมุมให้ได้ถ่ายรูปมากมาย ที่นิยมกันก็คือป้ายของร้านที่มีความน่ารัก

ในส่วนของเมนูก็ไม่ธรรมดา มีลูกเล่นแปลกใหม่ให้คุณได้ลอง โดยเมนูเครื่องดื่มที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านนี้ก็คือ  Analog set การกินชานมที่คุณต้องทำด้วยตัวเอง

เมนูนี้จะมีนม กับ ชาในรูปแบบน้ำแข็ง หากคุณต้องการทานชาที่คุณสั่งมา คุณต้องเทนมลงไปในแก้วน้ำแข็ง และรอให้น้ำแข็งละลายจนส่วนผสมที่อยู่ในน้ำแข็งออกมาผสมกับนม ให้คุณได้ดื่มด่ำกับการละลายตัวของน้ำแข็งที่ค่อยแทรกตัวเข้าไปนมอย่างช้าๆ

เครื่องดื่มต่อมาที่ฮิตไม่แพ้กันคือ Rainbow Soda โซดาเปรี้ยวหวาน 7 สี สูตรเด็ดของทางร้าน

ในส่วนของหวานที่ก็น่าทานไม่แพ้กัน มีทั้ง เค้กมัค บราวนี่ เป็นต้น

เมนูจานหลักที่นี่ก็จะเป็นเมนูต่างประเทศ เช่น ซีซ่าสลัด สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า เป็นต้น

หากใครคลั่งไคล้หรือหลงไหลในความเป็นฮิปสเตอร์ ไม่ควรพลาด ‘1839 Cafe & Gallery’ ด้วยประการทั้งปวง

ที่ตั้ง ‘1839 Cafe & Gallery’

68/65 ลาดพร้าววังหิน 62 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม.

เวลาเปิด-ปิด : 13:00 – 23:00

โทรศัพท์ : 084 641 5141

“Creamery” ร้านไอศกรีมน่ารักๆ กับเมนูซิกเนเจอร์ “เบคอนไข่” ไม่เหมือนใคร

เมื่อไม่นานมานี้เรามีโอกาสได้ไปเดินเล่นแถว “เดอะ มหาราช คอมมิวนิตี้ มอลล์” ที่พึ่งเปิดใหม่ ก็เลยแวะไปที่ร้านไอศกรีมที่ชื่อว่า “Creamey” ที่ตอนนี้กำลังมีดังในเรื่องของรสชาติที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยเฉพาะรส “เบคอนไข่” เราก็เลยต้องรีบปรี่หาเวลาเข้าไปชิมบ้างแล้วล่ะ และต้องบอกว่าลูกค้ามาอุดหนุนกันไม่ขาดสายเลยทีเดียว ซึ่งก็ได้เจอเจ้าของร้านด้วยคือคุณเจอร์รี่และคุณเชอร์รี่

พอมาถึงหน้าร้านปุ๊ป ก็จะพบกับบรรยากาศน่ารักๆของ “Cremery”  เลยทันที  การตกแต่งของที่นี่ก็จะเน้นโทนสีขาว-เหลือง ดูสบายตาๆดี


ด้านหลังร้านก็จะมีประตูให้เราเปิดดูความเป็นมาของร้าน

พอเข้าตัวร้านเปิดประตูเข้าไปปุ๊ป ก็จะเจอเคาวน์เตอร์ไอศกรีมทันที ตั้งดักโชว์เรียกลูกค้ากันเลย ก็ไปยืนจิ้มๆ แล้วก็ไปนั่งรอที่โต๊ะ

ในร้านก็จะมีทั้งเป็นมุมโซฟา  โต๊ะ เก้าอี้ไม้ ไว้คอยรับลูกค้า เด็กๆ สาวๆ น่าจะชอบเป็นพิเศษ

อันนี้เป็นเมนูที่ร้าน ก็ไปยืนดูตรงกระดานดำนี่แหละ ก็จะบอกหมดอะไร ว่าจะสั่งยังไง เมนูไหนราคาเท่าไหร่บ้าง มีเมนูอะไรแนะนำ เป็น Best Seller..

ส่วนในครัวก็จะเป็นแบบครัวเปิด  เราสามารถมองเห็นเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ในการทำกันเลย น้องๆพนักงานจะทำอะไรเห็นหมด ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นสุดท้ายก่อนเสิร์ฟ

ตามมาดูเมนูเด็ดของที่นี่กันบ้าง..ว่าแปลก อร่อยกันแค่ไหน  (ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่า ทุกเมนูความอร่อยของที่นี่ ส่วนใหญ่มาจากความบังเอิญของเชฟสาวเจอร์รี่ซะส่วนใหญ่ แต่เราเรียกว่าพรสวรรค์จะดีกว่า )

มาดูเมนูแรกกัน ชือ “Choc a lot”  เป็น Best Seller ของที่นี่ เป็นไอศกรีม คุ้กกี้ลาวา ที่ถูกจัดเสิร์ฟในกระทะร้อนๆ พอตักไอศกรีมมาวางบนคุ้กกี้ลาวาปุ๊ป ไส้ลาวาก็จะไหลล้นทะลักออกมากันเลยทีเดียว

คุ้กกี้ที่นี่จะมีแบบ Classic Vanilla ไม่มีไส้,บราวน์นี่ และ Cho a lot ที่ข้างในจะเป็นไส้ช๊อกโกแลตหรือเป็นมัทฉะ(ชาเขียว) ซึ่งต้องบอกว่าอร่อยมากเข้มข้น ขนาดเราไม่ชอบกินชาเขียว พอกินปุ๊ปยังรู้สึกว่า..เออก็อร่อยดีนะ)

ส่วนเจ้าไอศครีมถ้วยนี้ ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่เลย ก็คือไอศกรีม “เบคอนไข่”  โดยเนื้อไอศกรีมจะเป็นคัสตาร์ด ผสมเบคอนอบแห้ง ส่วนด้านบนก็โรยท้อปปิ้งเป็นเบคอนอบ

ก่อนจากใครยังไม่เคยไปลอง ก็ลองไปดูกันนะจ๊ะ มีหลายสาขาเลยทั้งสามย่าน ท่ามหาราช ใกล้ทางไหนไปทางนั้น แล้วคุณจะค้นพบความสุขจากการกินได้ง่ายๆ

FB : Creamery Boutique Ice Creams
IG :  creameybkk

ที่ตั้ง :
•สาขาสามย่านจุฬา42 11:00-21:00 หยุดวันนักขัตฤกษ์
•สาขาท่ามหาราช 11:00-21:00
•สาขากรุงธนซอย5 เปิดศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ 14:00-22:00
•Johor Bahru มาเลเซีย

ร้านใหม่น่าไปลอง “กู โรตีชาชัก แจ้งวัฒนะ” ร้านชาสไตล์ตู้คอนเทนเนอร์

Ku-lotee-shashak001

หลายคนที่ได้ยินชื่อร้าน กู โรตีชาชัก สาขาแจ้งวัฒนะ กันมาพอสมควร ผ่านเส้นแจ้งวัฒนะมาก็บ่อย เลยสงสัยกันว่าร้านอยู่ไหน ทำไมไม่เคยเห็นมาก่อน ตัวร้านอยู่ริมถนนแจ้งวัฒนะก็จริง แต่อยู่ด้านหลังของร้าน Waft Me หรือ เฮลท์แลนด์ เยื้องกับเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เป็นสไตล์ตู้คอนเทนเนอร์ ไม่เล็กไม่ใหญ่มาก มีที่นั่งประมาณ 25 ที่นั่ง แต่มีที่จอดรถสะดวก ทางเมนูยังอาจจะยังไม่ครบเท่าไหร่ แต่ก็มีเมนูเด็ดๆ ที่ทางร้านขายดิบขายดีอย่าง ชาชักและโรตี ที่มีชื่อแปลกๆ สะดุดตาอยากสั่งมาลิ้มลองกัน อย่างเช่น  โรตีทิชชู่ โรตีตูมตาม และเมนูชาชักชื่อแปลกอย่าง โอดิบ ชาอพอลโล่ เมนูโรตีจะมีทั้งแบบหวานแบบคาว แบบหวานก็จะเป็นโรตีทั่วไปที่ใส่นม เนย น้ำตาล ที่มีทั้งกล้วยและคาราเมล ส่วนโรตีอีกแบบจะเรียกว่าโรตีคาว ที่เป็นโรตีกินกับเขียวหวาน หรือกินกับไข่ดาว แฮมชีส

Ku-lotee-shashak002Ku-lotee-shashak003

Ku-lotee-shashak005Ku-lotee-shashak006รูปภาพจาก แฟนเพจ กู โรตีชาชัก แจ้งวัฒนะ

 

‘Elmar Offwhite’ คาเฟ่สไตล์เกาหลี…โซนเอกมัย

‘Elmar Offwhite’ คาเฟ่สไตล์เกาหลี…โซนเอกมัย

เอกมัยเป็นโซนที่มีร้านของกินอร่อยๆและคาเฟ่เยอะแยะมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ‘Elmar Offwhite’ มีเจ้าของร้านนั้นเป็นชาวเกาหลี ทำให้คาเฟ่มีความน่ารัก มีกลิ่นอายของความเป็นเกาหลีมากๆเหมาะกับสาวที่หลงรักโอปป้าทั้งหลาย และผู้ที่ต้องการผ่อนคลายความล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวัน

ที่นี่เป็นเบเกอรี่โฮมเมด จึงใส่ใจกับรายละเอียดทุกอย่างๆตั้งแต่การตกแต่งร้านไปถึงเรื่องเมนู ในเรื่องของเมนูนั้นที่นี่มีเมนูเด่นๆเยอะพอสมควร แต่ที่หลายคนต้องไปชิมให้ได้ คือ ‘Dutch Baby Pancake’ และ ‘Canary Mango Bingsu’ ซึ่งสองเมนูนี้ก็เป็นจุดเด่นของร้านที่เป็นที่นิยมมากๆสำหรับคนที่มาเยือน ‘Elmar Offwhite’

เมนูเด่นของร้าน

1.Raspberry Dutch Baby Pancake

แพนเค้กสี่เหลี่ยมบางๆอบกรอบ เสริฟพร้อมกับไอศกรีมรสวนิลาและแรสเบอร์รี่ รสเปรี้ยวของแรสเบอร์รี่ ตัดกับความความของไอศกรีมกำลังดี ทำให้ไม่หวานจนเกินไป

2.Canary Mango Bingsu

บิงซูมะม่วงหม้อไฟ เมนูนี้ได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของนักชิมเป็นอย่างมาก มะม่วงที่หวานฉ่ำตัดกับน้ำแข็งใสรสนม ทำให้ได้กลิ่นหอมๆของนมด้วย มาพร้อมท็อปปิ้งสามอย่างคือ คอนเฟล็ก,ถั่วแดงและซุปข้าวโพด

หลังจากสั่งเสร็จแล้วตอนเสริฟนั้นก็จะมีอธิบายวิธีการรับประทานคร่าวๆให้เราได้ทราบ เพราะมีวิธีการทานหลายวิธีมาก แถมร้านนี้ยังเอาใจสาวๆผู้รักโอปป้าด้วยการเอาเพลงสไตล์ k-pop มาดึงดูดใจสาวๆ คู่กับการตกแต่งร้านด้วยรูปภาพของนักร้องนักแสดงเกาหลี ให้สาวๆได้ชื่นอกชื่นใจกันด้วย

รายละเอียด ‘Elmar Offwhite’

ที่ตั้ง : 50/5 สุขุมวิท 63 วัฒนา กรุงเทพฯ

โทรศัพท์ : 099-194-6169

เวลาเปิด-ปิด : 12:00 – 22:00 (ปิดวันจันทร์)

‘Min Cafe’ คาเฟ่สดใส เข้าไปสู่โลกของ…นิทาน

‘Min Cafe’ คาเฟ่สดใส เข้าไปสู่โลกของ…นิทาน

‘Min Cafe’ ร้านที่มีความน่ารักสดใส ที่จะทำให้คุณเข้าสู่โลกนิทานในวัยเด็กอีกครั้ง ร้านมีความสดใสตั้งแต่ตัวร้านที่ออกแบบจากแนวคิดของกระท่อมคุณยายในนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดง ไปจนถึงเมนูที่มีความน่ารักจนไม่กล้าทานกันเลยทีเดียว

เริ่มกันที่ตัวร้าน ‘Min Cafe’ ร้านได้แนวคิดมาจากกระท่อมคุณยายในเรื่องหนูน้อยหมวกแดง จึงมีความน่ารักและเหมาะสำหรับคุณหนูๆ หรือผู้หญิงที่ต้องการย้อนวัยเด็กแน่นอน

เข้ามาในร้านบรรยายก็น่านั่งไม่แพ้กัน ดูสบายตาและหน้าต่างออกแบบมาเหมือนในนิทานมากๆ ทำให้ได้อารมณ์เหมือนหลุดเข้าในโลกนิทานเลยทีเดียว

ในส่วนของเมนู ต้องบอกว่าน่ารักจนไม่กล้าทาน เพราะเค้กน่ารักมาก  บวกด้วยแววตาและรอยยิ้มที่อยู่บนเค้กนั้น มีความสดใสซ่อนอยู่จนคิดว่าหากเราทานเข้าไปแล้วจะดูใจร้ายไปหรือเปล่า

เค้กหนูน้อยหมวกแดง อันนี้จำกัดจำนวนต่อวันต้องรีบไปทาน

มีหนูน้อยหมวกแดงก็ต้องมีคุณยายด้วย

มาคู่กันไม่กล้าแตะเลย เพราะน่ารักมากๆ

และยังมีเมนูน่ารักๆอีกมากมาย

และใครได้ไปที่ร้านแล้วติดใจในความน่ารักของขนมจนอยากมีติดไว้ที่บ้าน ทางร้านก็มีคอร์สสอนทำขนมน่ารักแบบตัวต่อตัวอีกด้วย

ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบความน่ารักของนิทานและเบเกอรี่ ควรแวะไปที่ ‘Min Cafe’

รายละเอียดของร้าน ‘Min Cafe’

ที่อยู่ : ซอยกันตนา บางใหญ่ กรุงเทพ

เวลาเปิด-ปิด : 11:00-19:00 (หยุดทุกจันทร์และพฤหัส)

เบอร์โทรศัพท์ : 088 554 4598