ร้านใหม่น่าไปลอง “กู โรตีชาชัก แจ้งวัฒนะ” ร้านชาสไตล์ตู้คอนเทนเนอร์

Ku-lotee-shashak001

หลายคนที่ได้ยินชื่อร้าน กู โรตีชาชัก สาขาแจ้งวัฒนะ กันมาพอสมควร ผ่านเส้นแจ้งวัฒนะมาก็บ่อย เลยสงสัยกันว่าร้านอยู่ไหน ทำไมไม่เคยเห็นมาก่อน ตัวร้านอยู่ริมถนนแจ้งวัฒนะก็จริง แต่อยู่ด้านหลังของร้าน Waft Me หรือ เฮลท์แลนด์ เยื้องกับเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เป็นสไตล์ตู้คอนเทนเนอร์ ไม่เล็กไม่ใหญ่มาก มีที่นั่งประมาณ 25 ที่นั่ง แต่มีที่จอดรถสะดวก ทางเมนูยังอาจจะยังไม่ครบเท่าไหร่ แต่ก็มีเมนูเด็ดๆ ที่ทางร้านขายดิบขายดีอย่าง ชาชักและโรตี ที่มีชื่อแปลกๆ สะดุดตาอยากสั่งมาลิ้มลองกัน อย่างเช่น  โรตีทิชชู่ โรตีตูมตาม และเมนูชาชักชื่อแปลกอย่าง โอดิบ ชาอพอลโล่ เมนูโรตีจะมีทั้งแบบหวานแบบคาว แบบหวานก็จะเป็นโรตีทั่วไปที่ใส่นม เนย น้ำตาล ที่มีทั้งกล้วยและคาราเมล ส่วนโรตีอีกแบบจะเรียกว่าโรตีคาว ที่เป็นโรตีกินกับเขียวหวาน หรือกินกับไข่ดาว แฮมชีส

Ku-lotee-shashak002Ku-lotee-shashak003

Ku-lotee-shashak005Ku-lotee-shashak006รูปภาพจาก แฟนเพจ กู โรตีชาชัก แจ้งวัฒนะ

 

สมุนไพรไทย ของใกล้ตัวในครัวไทย ช่วยล้างพิษ

มื่อกระแสความนิยมของคำว่า ดีท็อกซ์ หรือการล้างพิษด้วยกรรมวิธีแบบธรรมชาติ กำลังบังเกิดในสังคมไทยเรานั้น ถือเป็นเรื่องดีไม่น้อย เพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้คนหันมาดูแลเรื่องของสุขภาพภายในร่างกายมากขึ้นแล้ว พืชผักสมุนไพรที่เคยถูกมองข้าม ก็ยังถูกมองเห็นถึงคุณประโยชน์ที่จะได้รับมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งในครั้งนี้เราจะมาพูดถึงสมันไพรที่พบเห็นกันในครัวของเรา ว่ามีส่วนช่วยล้างสารพิษต่างๆได้นั้นมีอะไรบ้าง

พืชจำพวก โหระพา กะเพรา แมงลัก

พืชจำพวกโหระพา กะเพรา และแมงลัก ถือเป็นหนึ่งในพืชผักที่หากันได้ง่ายๆ ทั่วไป เพราะนอกจากจะเป็นวัตถุดิบที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารอยู่หลายเมนูแล้ว ยังเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมนำมาช่วยเพิ่มความหอมให้กับอาหารมากที่สุดอีกด้วย ซึ่งพืชทั้ง 3 ชนิดนี้ มีส่วนช่วยเพิ่มการกำจัดสารพิษของตับและไต มีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร ภาวะติดเชื้อ และทำงานเหมือนการขับปัสสาวะเพื่อกำจัดของเสีย โดยเฉพาะในเม็ดแมงลัก ที่มีสรรพคุณช่วยล้างลำไส้ ช่วยแก้ปัญหาอุจจาระตกค้าง ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย มีพยาธิ ระบบย่อยอาหารผิดปกติ ระบบดูดซึมของเสียผิดปกติ และการขับถ่ายไม่เป็นเวลา ส่วนใบกะเพรา มีฤทธิ์ในการช่วยขับไขมันและน้ำตาลส่วนเกินออกจากร่างกาย ช่วยลดระดับไขมันในร่างกาย รวมทั้งช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้

พืชตระกูลหอม อย่าง หอมแดง หอมหัวใหญ่ และต้นหอม

พืชตระกูลหอม ไม่ว่าจะเป็นหอมแดง หอมหัวใหญ่ และต้นหอม ต่างก็เป็นอีกหนึ่งพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาคล้ายกัน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารมากเช่นกัน ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็นแค่ผักโรยหรือเป็นเพียงผักที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับหน้าจานอาหารก็ตาม ซึ่งจริงๆ แล้วสรรพคุณทางยาที่สามารถช่วยขับสารพิษได้ โดยเฉพาะการกำจัดสารตะกั่วและโลหะหนักที่ปนเปื้อนมากับอาหารจนทำให้นำไปสะสมอยู่ในร่างกาย อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ที่ช่วยทำความสะอาดเลือด ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LD ซึ่งเป็นตัวการก่อให้เกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ ยังทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานดีขึ้น ดังนั้น ต่อไปนี้ต่อให้คุณต้องเสียน้ำตาให้พืชตระกูลหอมมากแค่ไหนก็มั่นใจได้แล้วนะคะ ว่ามันมีประโยชน์ต่อร่างกายมากเช่นกัน

herb-003

กระเทียม
กระเทียม สมุนไพรกลิ่นฉุนๆ แต่เมื่อนำไปประกอบอาหารกลับช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ในเมนูอาหารไทย มักต้องมีกระเทียมเป็นส่วนประกอบหลักอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีปริมาณที่ไม่โดดเด่นก็ตาม แต่คุณรู้หรือไม่ว่า กระเทียมดิบๆ หัวเดียว ก็อุดมไปด้วยกำมะถันและแร่ธาตุจำเป็นต่างๆ ที่เป็นตัวช่วยในการกระตุ้นให้ตับผลิเอนไซม์ที่ใช้ในกระบวนการกำจัดสารพิษออกจากกระแสเลือด ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นและลดแรงดันโลหิต นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คุณสมบัติของ กระเทียม พบว่าสามารถช่วยทำความสะอาดร่างกาย ด้วยการเข้าไปฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ขับและฆ่าพยาธิในทางเดินอาหารได้เช่นกัน เมื่อกระเทียมสามารถทำได้ขนาดนี้ นี่จึงเป็นผลให้กระเทียมสามารถต่อต้านการเกิดมะเร็งและทำให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้น เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ก็อย่ามัวแต่เขี่ยกระเทียมออกจากจานอาหารอยู่เลยนะคะ ลองรับประทานมันเข้าไปรับรองว่าดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน แต่ก็มีข้อระวังนิดนึงว่า ไม่ควรรับประทานกระเทียมมากจนเกินไป เพราะอาจจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเรามีแต่กลิ่นกระเทียมนั่นเอง

ขมิ้นชัน
ขมิ้นชัน มีลักษณะเป็นแง่ง หรือเหง้าสีเหลืองๆ จัดเป็นสมุนไพรที่ดูไม่ธรราดาเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะนำมาปรุงอาหารให้มีสีสันที่สวยงามแล้ว ยังสามารถบดเป็นผงเพื่อใช้บำรุงผิวพรรณให้ดูสวยผุดผ่อง ตลอดจนช่วยบรรเทาอาการของโรคต่างๆ ได้อีกด้วย โดยในขมิ้นชันนั้นมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถเป็นได้มากกว่าการเติมสีสันให้อาหาร เพราะขมิ้นชันมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระเท่ากับวิตามิน C และ E ช่วยต้านการอักเสบเมื่อนำมาทาภายนอก หรือเมื่อรับประทานเข้าไปกลับพบว่า ขมิ้นชันช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด เนื่องจากขมิ้นชันสามารถช่วยต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งช่วยเพิ่มน้ำดีและเพิ่มการผลิตเอนไซม์ของตับ จึงช่วยปกป้องตับจากสารพิษได้ดี นอกจากนี้ ในขมิ้นชันยังมีสารชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อการช่วยขับพิษจากตับเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ สารเคอร์คูมินอยด์ ซึ่งเป็นสารสีเหลืองสกัดจากเหง้าขมิ้นชัน ประกอบด้วย สารหลัก 3 ตัว คือ เคอร์คูมิน , ดีเมท็อกซี่เคอร์คูมิน และ บิสดีเมท็อกซี่เคอร์คูมิน มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี จึงนำมาใช้ประโยชน์ทั้งทางด้านยา อาหาร และเครื่องสำอาง ได้มีการวิจัยทั้งในคนและสัตว์ทดลองพบว่า เคอร์คูมินอยด์มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ฤทธิ์บำรุงรักษาตับ ช่วยป้องกันมะเร็ง ฤทธิ์ในการลดระดับคอเลสเตอรอล และ ฤทธิ์ในการป้องกันสมองเสื่อม เป็นต้น

มองหา ผลไม้ พืชผัก และ สมุนไพรไทย ใกล้ตัวมาช่วยล้างพิษกันเถอะ

ตำลึง : นอกจากจะเป็นผักที่มีสารบางชนิด ช่วยให้ตับสลายไขมันในร่างกายได้ดีแล้ว ตำลึงยังเป็นผักที่สามารถช่วยผลิตน้ำดีที่จะทำให้ลำไส้ขับสารพิษออกจากร่างกายได้เช่นกัน

มะเขือพวง : เป็นผักที่มีทั้งวิตามิน C และสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยกำจัดของเสียออกจากระบบทางเดินอาหารได้เร็วขึ้นและลดการสะสมของเสีย อีกทั้งยังช่วยดักจับไขมันอิ่มตัวและขับออกจากร่างกายโดยระบบขับถ่าย

กระเจี๊ยบ : มีสารบางชนิดที่สามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดินปัสสาวะได้เป็นอย่างดี

มะนาว : การดื่มน้ำมะนาวผสมกับน้ำอุ่น นอกจากจะช่วยล้างพิษแล้ว ยังทำให้เส้นเลือดสะอาดขึ้นอีกด้วย และถ้านำน้ำมะนาวไปผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ และน้ำผึ้งแล้วล่ะก็ จะยิ่งช่วยล้างพิษในลำไส้และป้องกันอาการท้องผูกได้ดียิ่งขึ้น

กล้วย : นอกจากจะช่วยบำรุงและสร้างความแข็งแรงให้แก่กระเพาะอาหารแล้ว ยังมีส่วนช่วยขับของเหลวหรือสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกายได้เป็นอย่างดี

แจก 3 สูตรเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ หวานน้อยแต่อร่อย กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน

เดี๋ยวนี้หันไปทางไหน ผู้คนก็จริงจังกับดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องของการลดน้ำหนัก ที่มาจากภาวะน้ำหนักเกิน อันเป็นบ่อเกิดของสารพัดโรคได้ เช่น โรคหัวใจ ,โรคหลอดเลือดสมอง ,โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ทั้งนี้ 1 ในเรื่องที่สำคัญ และกำลังปัญหาสุขภาพของคนไทย คือ พฤติกรรมการบริโภคหวาน แม้ว่าความหวานจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ใช้ในร่างกาย ซึ่งคนปกติทั่วไป ควรได้น้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม ใน 1 วัน แต่ถ้าบริโภคมากเกินไปก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกาย ดังนั้น การบริโภคน้ำตาลมากๆ ส่งผลให้มีน้ำหนักเกิน อ้วน และทำให้เกิดโรคหรือปัญหาทางสุขภาพตามมาได้

วันนี้เราจึงรวบรวมวิธีทำ 3 เครื่องดื่มหวานน้อย ที่อร่อยสดชื่นแล้วยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย มาฝากค่ะ
1. น้ำมะตูม
มะตูมเป็นสมุนไพรที่ดีอย่างหนึ่ง ที่รู้จักกันแพร่หลาย สามารถหาซื้อลูกมะตูมอ่อนที่หั่นเป็นแว่นๆ ตากแห้งขายอยู่ตามร้านขายยาแผนโบราณ หรือตามตลาด โดยสรรพคุณทางยาของมะตูมนั้น สามารถขับลม บรรเทาอาการท้องผูก บรรเทาอาการอ่อนเพลีย และจุกเสียด

วิธีการทำน้ำมะตูม
1. ใช้มะตูมอ่อนที่ฝานเป็นแผ่นตากแดดให้แห้ง ล้างน้ำให้สะอาด ใช้สันมีดทุบให้พอแตก เป็นรอยร้าวทั้งลูก
2. ต้มน้ำ 300 มิลลิลิตร ใช้มะตูมแผ่นล้างน้ำ ปิ้งไฟพอหอมหรือมะตูมลูกที่ทุบให้แตกร้าวใส่ลงหม้อต้ม ประมาณ 10-15 นาที โดยใช้ไฟปานกลาง
3. ใส่น้ำตาลปริมาณน้ำตาล 15 กรัม ต้มต่อไปจนน้ำตาลละลายดี ปิดไฟตั้งทิ้งไว้ให้เย็น เทใส่ขวดน้ำพลาสติกที่ล้างสะอาดแช่เย็นเก็บไว้ดื่มได้
เวลาดื่มใช้ผสมในน้ำแข็ง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่มีอากาศร้อนจัด จะทำให้สดชื่น แก้ร้อนในกระหายน้ำได้ดี บางคนอาจชอบต้มกับน้ำเปล่าๆ โดยไม่ใส่น้ำตาล ก็เหมือนดื่มน้ำชาสมุนไพรนั้นเอง ซึ่งสามารถดื่มได้ทั้งขณะอุ่นๆ หรือผสมน้ำแข็งดื่มได้เช่นกัน


2. น้ำผลไม้รวม
ส่วนประกอบ ได้แก่ แครอท เสาวรส มะม่วง และสับปะรด (สามารถดัดแปลงนำผลไม้ชนิดอื่นๆ ได้)
แครอท มีสรรพคุณมากมาย ช่วยบำรุงสายตา อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการทำงานของสมอง ขับปัสสาวะ และอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย
เสาวรส อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุ วิตามิน และไฟเบอร์ ในขณะที่เสาวรส 100 กรัม ให้พลังงานเพียงแค่ 97 แคลอรีเท่านั้น มีไฟเบอร์สูง จึงสามารถช่วยขจัดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ อีกทั้งยังช่วยขับสารพิษในลำไส้ ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ไปได้ในตัว รวมทั้งช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจและความดันโลหิตให้เป็นปกติได้ด้วย
มะม่วง มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เริ่มจากวิตามินซีที่จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจน ช่วยป้องกันหวัด และเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งในผลดิบส่วนใหญ่จะมีวิตามินซีสูงกว่าผลสุก เบตาแคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ จะพบมากในมะม่วงสุกช่วยบำรุงสายตา และป้องกันโรคตาบอดกลางคืน รวมทั้งวิตามินอีที่ไม่ค่อยพบในผลไม้ แต่มะม่วงก็เป็นหนึ่งในสิบอันดับผลไม้ที่มีวิตามินอีที่จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
สับปะรด มีวิตามินช่วยในการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อ ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ รวมถึงช่วยในการย่อยอาหาร และควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือด
วิธีการทำน้ำผลไม้รวม (ไม่มีน้ำตาล )
1. นำแครอท และสับปะรดมาปั่นละเอียด ส่วนมะม่วงให้แยกเนื้อ
2. ผสมผลไม้ ตามด้วยน้ำเสาวรส และน้ำเปล่า เคี่ยวด้วยความร้อนให้เข้ากัน เติมเกลือประมาณ 1 ช้อนชา ทั้งนี้ สามารถใส่น้ำผึ้งเพื่อเพิ่มรสหวานและกลิ่นหอมได้


3. น้ำตะไคร้
ตะไคร้ มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม ลดความดันโลหิตสูง ช่วยขับปัสสาวะ ขับเหงื่อได้ดี ลดพิษของสารแปลกปลอมในร่างกาย

1. นำตะไคร้ประมาณ 200 กรัม มาหั่นให้เป็นท่อนๆ
2. ต้มตะไคร้พร้อมกับน้ำ 250 มิลลิลิตร รอน้ำเดือดประมาณ 5-10 นาที แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อกันไม่ให้มีเศษตะกอนของใบตะไคร้
3. ใส่น้ำตาลประมาณ 15 กรัม คนให้ละลายเข้า ถ้าชอบรสชาติเปรี้ยวเล็กน้อย ให้เติมกรดมะนาว เพื่อความชุ่มคอและชื่นใจ แล้วกรองอีกครั้ง ตั้งให้เดือด 1-2 นาที หากกรอกลงขวดพลาสติก ต้องลดให้อุณหภูมิ 68 องศาเซลเซียส ปิดฝาให้สนิท แล้วจึงแช่เย็น

สำหรับชีวิตประจำวัน “น้ำเปล่า” ถือเป็นเครื่องดื่มที่ดีที่สุด เพราะไม่มีพลังงาน ปราศจากน้ำตาล และสารปรุงแต่งต่างๆ โดยจะต้องเป็นน้ำที่สะอาด ซึ่งน้ำจะช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย ปรับระดับความดันโลหิต ช่วยลำเลียงอาหาร และออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ ช่วยทำให้เซลล์กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างสมบูรณ์

สุขภาพดีสร้างได้ง่ายๆ ด้วยการใช้ชีวิตให้มีความสมดุล กินหลากหลาย ลดหวาน มัน เค็ม ออกกำลังกายอย่างเพียงพอ เพียงเท่านี้เราก็จะมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือเครื่องดื่มน้ำตาลน้อยทางเลือกเพื่อสุขภาพ สถาบันค้นคว้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แผนงานรณรงค์เพื่อเด็กไทยไม่กินหวาน และศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร (Resource Center) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

‘Elmar Offwhite’ คาเฟ่สไตล์เกาหลี…โซนเอกมัย

‘Elmar Offwhite’ คาเฟ่สไตล์เกาหลี…โซนเอกมัย

เอกมัยเป็นโซนที่มีร้านของกินอร่อยๆและคาเฟ่เยอะแยะมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ‘Elmar Offwhite’ มีเจ้าของร้านนั้นเป็นชาวเกาหลี ทำให้คาเฟ่มีความน่ารัก มีกลิ่นอายของความเป็นเกาหลีมากๆเหมาะกับสาวที่หลงรักโอปป้าทั้งหลาย และผู้ที่ต้องการผ่อนคลายความล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวัน

ที่นี่เป็นเบเกอรี่โฮมเมด จึงใส่ใจกับรายละเอียดทุกอย่างๆตั้งแต่การตกแต่งร้านไปถึงเรื่องเมนู ในเรื่องของเมนูนั้นที่นี่มีเมนูเด่นๆเยอะพอสมควร แต่ที่หลายคนต้องไปชิมให้ได้ คือ ‘Dutch Baby Pancake’ และ ‘Canary Mango Bingsu’ ซึ่งสองเมนูนี้ก็เป็นจุดเด่นของร้านที่เป็นที่นิยมมากๆสำหรับคนที่มาเยือน ‘Elmar Offwhite’

เมนูเด่นของร้าน

1.Raspberry Dutch Baby Pancake

แพนเค้กสี่เหลี่ยมบางๆอบกรอบ เสริฟพร้อมกับไอศกรีมรสวนิลาและแรสเบอร์รี่ รสเปรี้ยวของแรสเบอร์รี่ ตัดกับความความของไอศกรีมกำลังดี ทำให้ไม่หวานจนเกินไป

2.Canary Mango Bingsu

บิงซูมะม่วงหม้อไฟ เมนูนี้ได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของนักชิมเป็นอย่างมาก มะม่วงที่หวานฉ่ำตัดกับน้ำแข็งใสรสนม ทำให้ได้กลิ่นหอมๆของนมด้วย มาพร้อมท็อปปิ้งสามอย่างคือ คอนเฟล็ก,ถั่วแดงและซุปข้าวโพด

หลังจากสั่งเสร็จแล้วตอนเสริฟนั้นก็จะมีอธิบายวิธีการรับประทานคร่าวๆให้เราได้ทราบ เพราะมีวิธีการทานหลายวิธีมาก แถมร้านนี้ยังเอาใจสาวๆผู้รักโอปป้าด้วยการเอาเพลงสไตล์ k-pop มาดึงดูดใจสาวๆ คู่กับการตกแต่งร้านด้วยรูปภาพของนักร้องนักแสดงเกาหลี ให้สาวๆได้ชื่นอกชื่นใจกันด้วย

รายละเอียด ‘Elmar Offwhite’

ที่ตั้ง : 50/5 สุขุมวิท 63 วัฒนา กรุงเทพฯ

โทรศัพท์ : 099-194-6169

เวลาเปิด-ปิด : 12:00 – 22:00 (ปิดวันจันทร์)

‘Min Cafe’ คาเฟ่สดใส เข้าไปสู่โลกของ…นิทาน

‘Min Cafe’ คาเฟ่สดใส เข้าไปสู่โลกของ…นิทาน

‘Min Cafe’ ร้านที่มีความน่ารักสดใส ที่จะทำให้คุณเข้าสู่โลกนิทานในวัยเด็กอีกครั้ง ร้านมีความสดใสตั้งแต่ตัวร้านที่ออกแบบจากแนวคิดของกระท่อมคุณยายในนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดง ไปจนถึงเมนูที่มีความน่ารักจนไม่กล้าทานกันเลยทีเดียว

เริ่มกันที่ตัวร้าน ‘Min Cafe’ ร้านได้แนวคิดมาจากกระท่อมคุณยายในเรื่องหนูน้อยหมวกแดง จึงมีความน่ารักและเหมาะสำหรับคุณหนูๆ หรือผู้หญิงที่ต้องการย้อนวัยเด็กแน่นอน

เข้ามาในร้านบรรยายก็น่านั่งไม่แพ้กัน ดูสบายตาและหน้าต่างออกแบบมาเหมือนในนิทานมากๆ ทำให้ได้อารมณ์เหมือนหลุดเข้าในโลกนิทานเลยทีเดียว

ในส่วนของเมนู ต้องบอกว่าน่ารักจนไม่กล้าทาน เพราะเค้กน่ารักมาก  บวกด้วยแววตาและรอยยิ้มที่อยู่บนเค้กนั้น มีความสดใสซ่อนอยู่จนคิดว่าหากเราทานเข้าไปแล้วจะดูใจร้ายไปหรือเปล่า

เค้กหนูน้อยหมวกแดง อันนี้จำกัดจำนวนต่อวันต้องรีบไปทาน

มีหนูน้อยหมวกแดงก็ต้องมีคุณยายด้วย

มาคู่กันไม่กล้าแตะเลย เพราะน่ารักมากๆ

และยังมีเมนูน่ารักๆอีกมากมาย

และใครได้ไปที่ร้านแล้วติดใจในความน่ารักของขนมจนอยากมีติดไว้ที่บ้าน ทางร้านก็มีคอร์สสอนทำขนมน่ารักแบบตัวต่อตัวอีกด้วย

ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบความน่ารักของนิทานและเบเกอรี่ ควรแวะไปที่ ‘Min Cafe’

รายละเอียดของร้าน ‘Min Cafe’

ที่อยู่ : ซอยกันตนา บางใหญ่ กรุงเทพ

เวลาเปิด-ปิด : 11:00-19:00 (หยุดทุกจันทร์และพฤหัส)

เบอร์โทรศัพท์ : 088 554 4598

Sundays คาเฟ่ที่จะทำให้ทุกวันเป็นวันอาทิตย์

ถึงแม้ว่าคาเฟ่ทยอยเปิดตัวเพิ่มสีสันให้กับกรุงเทพฯ อย่างมากมาย คงเป็นเรื่องยากสักหน่อยที่จะหาร้านที่ให้ความรู้สึกได้เหมือนกับคาเฟ่ใหม่ Sundays ลองมาดูร้านดี ๆ นี้ผ่านรีวิวของ iPick กัน

Sundays เป็นผลงานของทีมงานทั้งสี่ คุณเจน เมขลา เมฆวัฒนา คุณจ๋า ชลดี แจ่มปฐม คุณเบิ้ล ธีรยุทธ สินเจริญ และคุณโอ๊ค ณัฏฐชนัน คมกฤช ที่ต่างเติบโตในวงการงานศิลปะ ด้วยคอนเซ็ปต์ไอเดียที่อยากมอบความสุขของการพักผ่อน ด้วยบรรยากาศร้านที่น่ารัก เสียงเพลงย้อนยุคปี 60 ทั้งไทยและสากลตามความชอบของทีม และการบริการที่อบอุ่นเป็นกันเอง ให้หอบเอาความประทับใจกลับบ้านกันได้ไม่ต้องเกร็ง

นอกจากภายในร้านจะมีต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาแก่เรือนกระจกจากตรงกลางร้านให้นั่งกันอย่างเย็นสบายแล้ว ที่นี่ยังแฝงความเป็นตัวตนของแต่ละคน ด้วยการประดับร้านด้วยงานศิลปะ ของสะสมและภาพเพ้นต์บนผนังจากฝีแปรงของคุณเบิ้ลและคุณเจนไว้ได้อย่างลงตัว

หลังจากได้ที่นั่งมุมที่เข้าตากันแล้ว ก็มองหาจานน่าลองกันได้ ใครที่มาแบบท้องว่าง Sundays มีเสิร์ฟอาหารทานง่าย ๆ สไตล์โฮมเมด อย่าง แองเจิ้ลแฮร์น้ำพริกนรกมันกุ้งไข่กุ้ง (220 บาท) ข้าวผัดกะเพราหมูเด้ง (110 บาท) และข้าวไข่เจียวปูกุ้ง (120 บาท) ที่โรยพริกขี้หนูซอยทอดที่รับรองถูกปากคนชอบรสจัดจ้านกันแน่นอน

ส่วนของหวาน ต้องไม่พลาดจานที่ใครมาเป็นต้องบอกต่อ กับจานที่ท็อปมาพร้อมวิปครีมตีสดเนื้อฟู แต่เนียนนุ่ม อย่าง Banana Pancakes (160 บาท) ที่มาพร้อมกับผงชินนามอนเพิ่มความหอม

หรือสั่งเป็น Sundays Waffles (190 บาท) จานนี้มาพร้อมกับวิปครีมและผลไม้สด

 lอย่าลืมสั่งดริ๊งก์เย็น ๆ อย่างเชอร์รี่บอมบ์ที่เป็นโค้กผสมไซรัปกลิ่นเชอร์รี่ แล้วท็อปด้วยไอศกรีมวานิลลาและครีมสด Pink Lemonade น้ำเลมอนสีชมพูรสเปรี้ยว และ Vanilla & Mint Soda โซดาเย็น ๆ ซ่า ๆ รสหอมหวานที่เพิ่มความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

Ma Maison ร้านอาหารดีๆ ตามแบบฉบับปาร์คนายเลิศ

ร้านอาหารใจกลางกรุง ที่รอให้ไปสัมผัสความชุ่มชื้นของพื้นที่สีเขียว ต้นไม้ใหญ่โต และรสชาติอาหารดี ๆ แล้วอร่อยไปกับแหล่งรวมร้านอาหารดี ๆ มากมายจาก(www.ipick.com) แอปพลิเคชั่นที่คัดสรรร้านอาหารคุณภาพ แล้วอย่าลืมกดไลค์เพจเพื่อติดตามข่าวอร่อย ๆ กันที่ ipickth และ IG : ipickth

แวะทานอาหารไทย แบบฉบับบ้านปาร์คนายเลิศ บรรยากาศร่มรื่น ณ Ma Maison ณ ใจกลางเมืองหลวง เราสามารถมาสัมผัสความชุ่มชื้นของพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ใหญ่โต ร่มรื่นพร้อมทานอาหารไทยโบราณ ได้ที่นี่ในเวลาเดียวกัน !

l_5563_1459439589658015118

กินไหนไปกันเข้ามาทาง Park Nai Lert เมื่อเดินเข้ามาก่อนถึงร้านก็จะได้เดินผ่านต้นไม้มากมายเหมือนอยู่ในสวนกลางกรุง ในที่สุดก็เข้ามาถึง Ma Maison ร้านชื่อฝรั่งเศสแต่เป็นอาหารไทย มันมีที่มาใครแวะมาเเล้วก็มาอ่านได้นะ

ตัวร้านแบ่งเป็น 2 โซน outdoor และ indoor ใครชอบนั่งชิลทานอาหารพร้อมชมสวนแนะนำนั่งด้านนอกได้เลย บรรยากาศดีมาก (ถ้าไม่ร้อน) ส่วนด้านในที่นั่งค่อนข้างจำกัด ถ้าไม่ได้จองมาอาจต้องรอ indoor มีโต๊ะราว ๆ 10 โต๊ะ นั่งได้ ไม่เกิน 30 คน มองออกไปด้านนอกก็สดชื่นไม่แพ้กัน

Ma-Maison-Ma-maison-park-nai-lert-8

มาถึงตัวอาหาร มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายราคาเริ่มต้นที่ 160 บาท ด้วยความที่หิวมากมายเลยหน้ามืดสั่งไปหลายจาน แต่จานไม่ได้ใหญ่มากจนเกินไป โดยรวมอาหารดีหมด ! บางอย่างอาจไม่เข้มข้นมาก

หมูโสร่ง 160 บาท กรอบกรุบ ทานเล่นดีเลย ดอกขจรผัดไข่ 180 บาท รสชาติกลมกล่อมทานได้เรื่อย ๆ ไม่ต้องกินกะข้าว ห่อหมกข้าว ห่อหมกปลา 160 บาท จานนี้ Signature เลย มีห่อหมก และข้าวห่อหมก รสชาติจืดไปนิด ส่วนตัวชอบห่อหมกเข้มข้น น้ำพริกมะม่วง 280 บาท กลมกล่อมทานง่าย

ข้าวเหนียวหมูย่าง จิ้มแจ่ว ส้มตำไทย 300 บาท จานนี่ชอบมาก ๆ เพราะพอร์ตชอปย่างมาได้ดีเลย หอมม ทานคู่ข้าวเหนียวส้มตำแกงเขียวหวานเนื้อพริกขี้หนู โรตี 300 บาท เนื้อนุ่ม เคริ่องแกงเเน่น อร่อยเลย

5 อาหารต้านหวัดในหน้าฝน เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

หน้าฝนทีไร เป็นหวัดกันทุกทีเลยใช่ไหมคะ เพราะเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว เดี๋ยวเปียกเดี๋ยวแห้ง หากภูมิคุ้นกันเราหายไปเมื่อไร หวัดเข้าจู่โจมเราแน่นอน งั้นต้องจัดอาหารเหล่านี้ด่วนๆ จะได้แข็งแรงสู้หวัดกันเนอะ

1. อาหารที่เต็มไปด้วยวิตามินซี

Thai red chicken curry

ใครๆ ก็ทราบดีว่าวิตามินซีช่วยแก้หวัด ตอนเด็กๆ เรามักได้รับถุงยาวิตามินอัดเม็ดแถมมาพร้อมกับยาแก้ไอ แก้เจ็บคอ ลาลดน้ำมูก และพาราเซตามอล จริงๆ แล้วเราสามารถทานวิตามินซีจากอาหารสดตามธรรมชาติได้นะคะ เช่น ฝรั่ง ส้ม สตรอเบอรี่ มะเขือเทศ และอื่นๆ มักอยู่ในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเสียเป็นส่วนใหญ่

2. อาหารรสเผ็ด

ประเภทแกงเผ็ด ผัดผักใส่พริก พริกไทย ผัดฉ่าพริกไทยอ่อน อาหารที่มีรสเผ็ดจากพริก ช่วยป้องกันหวัด และทำให้เราหายใจโล่งขึ้น หายคัดจมูกได้ง่ายๆ ด้วยนะคะ แต่หากเป็นหวัดแล้ว เลี่ยงก่อนดีกว่าค่ะ ทานอาหารรสจืดๆ ก่อนดีกว่า

3. หอมและกระเทียม

เป็นผัก และสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพมากๆ ค่ะ เพราะนอกจากจะป้องกันหวัดได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังช่วยลดความดันโลหิตสูง ขับเสมหะ และแก้อาหารท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วยล่ะ

4. น้ำซุป น้ำแกงอุ่นๆ

A bowl of Chicken Soup served with slices of potato and carrots

โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำต้มกระดูก พร้อมผัก พวกซุปไก่ แกงจืด ดีต่อสุขภาพนักแหละ เวลาไปเยี่ยมคนป่วย เขาถึงชอบต้มซุปไก่ไปให้คนป่วยทานกันยังไงล่ะ อาหารเหล่านี้ช่วยลดการอักเสบของปอด และช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นในลำคอ ลดอาการไอได้เป็นอย่างดี

5. โยเกิร์ต

เมื่อการป้องกันหวัด คือการทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายแข็งแรง เราจึงจำเป็นต้องดูแลเม็ดเลือดขาวเป็นอย่างดี ซึ่งโยเกิร์ตนี่แหละที่จะช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว และแอนตี้บอดี้ เอาไว้ต่อสู้กับเหล่าเชื้อโรคร้าย ที่จะเข้ามาทำลายร่างกายในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง

นอกจากทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว ก็อย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอกันด้วยนะคะ ที่สำคัญหากเปียกฝนมาจากข้างนอก ให้รีบอาบน้ำสระผม เช็ดตัวให้แห้งโดยเร็ว อย่ามัวแต่นั่งตัวเปียกนานๆ เพราะมีโอกาสที่จะเป็นหวัดสูงขึ้นแน่ๆ ค่ะ

ข้าวผัดปลาอินทรี

เมนูอร่อยจากข้าวกล้องหอมมะลิมาแนะนำค่ะ และความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ คนสวยเลือกใช้ข้าวกล้องหอมมะลิอินทรีย์ เพราะกินแล้วปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง แถมมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ เมนูที่ว่านี้คือ “ข้าวผัดปลาอินทรี”

เมื่อนำปลาอินทรีผัดกับข้าวกล้องหอมมะลิแล้ว ก็ต้องใส่สารพัดผักสีสันสดใส ทั้ง แครอต บรอกโคลี ข้าวโพดลงไปด้วยค่ะ เพราะนอกจากทำให้ข้าวผัดหน้าตาหน้ากินแล้ว ยังเพิ่มวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ อาทิ วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินซี เหล็ก แคลเซียม ฯลฯ อีกด้วย

ทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน แต่อร่อยถูกใจคนทั้งบ้านแน่นอนค่ะ

ส่วนผสม

ข้าวกล้องหอมมะลิหุงสุก 4 ถ้วย

ปลาอินทรีเค็มทอดยีเป็นชิ้นเล็ก 1 ชิ้น

หอมเล็กหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ½ ถ้วย

แครอตหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ¼ ถ้วย

ขิงหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ¼ ถ้วย

ข้าวโพดเหลืองต้มสุก ¼ ถ้วย

บรอกโคลีต้มสุกหั่นชิ้นพอคำ ¼ ถ้วย

กุ้งสดแกะเปลือกผ่าหลังชักเส้นดำออกหั่นเป็นชิ้นเล็ก 5 ตัว

กระเทียมสับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ

พริกขี้หนูสวน 5-6 เม็ด

น้ำตาลทรายไม่ขัดขาว 1 ช้อนชา

น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ

ผักเคียง เช่น มะเขือเทศ แตงกวา ผักชี ตามชอบ

วิธีทำ

1.ตั้งกระทะ เจียวกระเทียมกับน้ำมันมะกอกพอหอม ใส่ปลาอินทรี ผัดให้เข้ากัน จากนั้นใส่กุ้ง ผัดให้สุก

2.ใส่ข้าวลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย ใส่หอมเล็ก แครอต ขิง บรอกโคลี และข้าวโพดลงไป ผัดให้เข้ากัน โรยพริกขี้หนู ปิดไฟ ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมผักเคียงตามชอบ

ชีวจิต Tips

การเจียวกระเทียมพร้อมปลาอินทรีเค็มจะช่วยดับกลิ่นคาวได้
เวลาผัดควรใช้ตะหลิวสองอันค่อยๆซุยข้าวขึ้นมา จะทำให้เมล็ดข้าวไม่เละ

อาหารเพื่อสุขภาพดี แม่ท้องกินตามนี้… สร้างความเฮลตี้จนถึงวันคลอด

ผู้หญิงเราเมื่อตั้งครรภ์แล้ว เชื่อว่าหลายคนล้วนใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากเป็นพิเศษ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บางคนก็ยังควบคุมอาหารเพื่อเสริมสร้างหุ่นดีไปพร้อมๆ กัน แต่การกินแบบนี้ถือว่าผิดนะคะ เพราะอาจทำให้สุขภาพไม่แข็งแรงทั้งตัวคุณและทารก เนื่องจากร่างกายอาจขาดสารอาหารได้นั่นเอง ว่าแต่ควรกินอาหารยังไงดีนะ ให้ท้องนี้สุขภาพดีจนถึงวันคลอด เราหยิบคำตอบมาบอกกันแล้ว

1.อาหารบำรุงเลือด

aHR0cDovL3AzLmlzYW5vb2suY29tL2JsLzAvd28vdXAvMjAxNi8wNS8yLUZydWl0cy1BbmQtVmVnZXRhYmxlcy5qcGc=
ธาตุเหล็ก เป็นสารอาหารที่จะช่วยป้องกันการเกิดภาวะโลหิตจาง พบได้ในตับ ไข่แดง เนื้อแดง ถั่วแดง งา ผักโขม ขนมปังโฮลวีท ลูกพรุนและถั่วลันเตา เป็นต้น

โปรตีน จะช่วยดูดซึมธาตุเหล็กจากในเนื้อสัตว์เข้าสู่ร่างกายได้มากยิ่งขึ้น และยังเสริมสร้างโปรตีนของเม็ดเลือดแดงได้อีกด้วย สำหรับแหล่งอาหารที่ให้โปรตีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ถั่วเหลืองและนม เป็นต้น

โฟเลต เป็นสารอาหารที่จะช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง โดยหาทานได้จากบร็อกโคลี ผักโขม ผักกาดหอม หน่อไม้ฝรั่ง ตับและเนื้อแดง เป็นต้น

ทองแดง มีส่วนช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้เป็นอย่างดี หาทานได้จากเมล็ดทานตะวัน เต้าหู้แข็ง ลูกพรุนแห้ง ช็อกโกแลตและตับ เป็นต้น

2.คาร์โบไฮเดรตและไขมัน

aHR0cDovL3AzLmlzYW5vb2suY29tL2JsLzAvd28vdXAvMjAxNi8wNS8zLVByb3RlaW5zLmpwZw==

เชื่อว่าคุณแม่หลายคนแม้ตั้งท้อง เพื่อการมีรูปร่างที่ดี ไม่เป็นที่สะสมของไขมันส่วนเกินจนทำลายหุ่นสวยหลังคลอด คุณจะต้องพยายามควบคุมอาหารและหลีกเลี่ยงการกินไขมันรวมถึงคาร์โบไฮเดรตด้วยอย่างแน่นอน แต่นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะร่างกายของคุณแม่จำเป็นต้องได้รับไขมันและคาร์โบไฮเดรตด้วยเช่นเดียวกัน โดยไขมันจะช่วยให้พัฒนาการของทารกในครรภ์เป็นไปได้ดี โดยเฉพาะการกินอาหารที่ให้ไขมันชนิดไม่อิ่มตัวหรือไขมันที่ได้จากพืช เช่น อะโวคาโดหรือพืชตระกูลถั่วและเมล็ดทานตะวัน ในส่วนไขมันจากปลา แนะนำปลาแซลมอนและปลาทูน่า เป็นต้น

3.ผักหลากสี

aHR0cDovL3AzLmlzYW5vb2suY29tL2JsLzAvd28vdXAvMjAxNi8wNS80LXByZWduYW5jeS1kaWV0LmpwZw==

ผักสีเขียว เพราะจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และยังทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น แนะนำผักบุ้ง ตำลึง ผักกาด คะน้า และบร็อกโคลี่ เป็นต้น

ผักสีขาว มีคุณสมบัติช่วยในการต่อต้านมะเร็งและดีต่อระบบย่อยอาหาร เช่น ผักกาดขาวและหัวไชเท้า

ผักสีส้ม แนะนำฟักทอง และแครอท โดยเฉพาะในส่วนของฟักทอง คุณแม่ยังสามารถนำมาทำเป็นเมนูของหวานทานเล่นได้ด้วย แต่ยังไงก็อย่าพยายามใส่น้ำตาลเยอะมากเกินไปล่ะ

ผักสีแดง ผักที่มีสีแดงอย่างมะเขือเทศ บีทรูทและพริกหวานสีแดงนั้น ผักเหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยชะลอความแก่ได้เป็นอย่างดี

ผักสีม่วง มีส่วนช่วยป้องกันอันตรายที่เข้ามาสะสมอยู่ในเส้นเลือดและยังช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ด้วย ได้แก่ กะหล่ำปลีม่วงและมะเขือม่วง

ตั้งครรภ์ทั้งที อย่าปล่อยให้ท้องนี้ขาดสารอาหารที่ควรได้รับเลยนะคะคุณแม่ เรามาเสริมสร้างการมีสุขภาพดีตลอดการตั้งครรภ์เพื่อเสริมสร้างความเฮลตี้ให้แก่ตัวเองและทารกกันดีกว่า