ข้าวกล้องงอกรักษาโรคได้ !

ข้าวกล้องงอก มีคุณค่าทางอาหารสูง เป็นอาหารเพื่อสุขภาพของทุกเพศทุกวัย ในข้าวกล้องงอกมีสารสำคัญ คือ “GABA” Continue reading “ข้าวกล้องงอกรักษาโรคได้ !” »

อยากทานอาหารเด็ดต้องไปเยาวราช

อยากหาอะไรอร่อยๆ ทานต้องไปเยาวราชย่านชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงคึกคักอยู่จวบจนปัจจุบัน

Continue reading “อยากทานอาหารเด็ดต้องไปเยาวราช” »

ดูแลสุขภาพด้วยการทานอาหาร

ตอนนี้ใครที่ไม่สนใจสุขภาพคงจะเชยน่าดู เพราะหันไปทางไหนก็มีแต่เพื่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อสุขภาพ หรืออาหารเพื่อ สุขภาพ

Continue reading “ดูแลสุขภาพด้วยการทานอาหาร” »

เชื่อหรือไม่หน่อไม้ฝรั่งสามารถลดน้ำหนักได้

หน่อไม้ฝรั่ง หรือแอสพารากัส ผักที่มีความกรุบกรอบชนิดนี้มีไฟเบอร์สูงมาก

Continue reading “เชื่อหรือไม่หน่อไม้ฝรั่งสามารถลดน้ำหนักได้” »

ประโยชน์ดีดี จากสตรอเบอร์รี่!

1.ดูแลสายตา

ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาส่วนใหญ่จะเกิดจากอนุมูลอิสระ และการขาดสารอาหารบางชนิด และเมื่อเราอายุมากขึ้น ดวงตาของเรายิ่งถูกทำร้ายได้ง่าย ซ้ำร้ายความแก่ชราจะทำให้กล้ามเนื้อดวงตาเสื่อมสภาพ แต่สตรอวเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างวิตามินซี ฟลาโวนอยด์ กรดฟีโนลิก และกรดเอลลาจิก ซึ่งช่วยชะลอกระบวนการดังกล่าว แถมยังมีโพแทสเซียมซึ่งช่วยปรับความดันในตาให้เป็นปกติอีกด้วย

2.ป้องกันโรคข้ออักเสบและโรคเกาต์

เมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานนาน ๆ เข้า กล้ามเนื้อของเราก็มีแต่จะถดถอยของเหลว บริเวณข้อต่อกระดูก็จะเหือดแห้งลงไปเรื่อย ๆ และร่างกายก็สะสมสารพิษอย่างกรดยูริกเอาไว้มากขึ้น ๆ ทำให้โรคข้ออักเสบและโรคเกาต์ถามหา แต่อย่าห่วงไป เพราะเราสามารถขับไล่โรคทั้งสองได้ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสรรพคุณล้างพิษของสตรอวเบอร์รี่ค่ะ

วิตามินซี-สตรอเบอร์รี่

3.กำราบโรคมะเร็ง

กินสตรอวเบอร์รี่ทุกวันสิคะเซลล์มะเร็ง และเนื้องอกต้องชิดซ้ายหลีกทางให้แก่สารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี โฟเลต และแอนโธไชยานินส์ ที่มีอยู่มากมายในสตรอวเบอร์รี่ค่ะ

4.ส่งเสริมการทำงานของสมอง

ยิ่งแก่ยิ่งขี้หลงขี้ลืม เพราะเนื้อเยื่อและเส้นประสาทในสมองเสื่อมสภาพจากอนุมูลอิสระตัวร้าย ซึ่งสตรอวเบอร์รี่ช่วยได้ เพราะมีวิตามินซี และไฟโตนิวเทรียนต์ ที่ทำให้อนุมูลอิสระหมดฤทธิ์ และคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ระบบประสาท แถมยังมีไอโอดีนที่ทำให้สมองและระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

5.ลดความดันโลหิต

หากโซเดียมเป็นตัวการทำให้เกิดความดันโลหิตสูง สตรอวเบอร์รี่ก็มีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมที่ช่วยปรับความดันให้เป็นปกติค่ะ

6.ปราบโรคหัวใจ

ใยอาหาร โฟเลต และสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย แถมวิตามินบีบางชนิดที่พบได้ในสตรอวเบอร์รี่ จะเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรงอีกด้วย

“Tuscany” ร้านเก๋สไตล์อิตาเลียน รสดีอาหารไทยฟิวชั่น

ใครที่อยากไปอิตาลีแต่ยังไม่มีโอกาสได้ไป ที่ร้าน “Tuscany Thai Cuisine” (ทัสคานี ไทย ควิซีน) ที่ตั้งอยู่ตรง ซ.พหลโยธิน 23 เขาได้จำลองบรรยากาศแบบอิตาเลียนมาไว้ให้คนไทยได้สัมผัสกันอย่างจุใจ

บรรยากาศของร้านทัสคานีแห่งนี้ จัดตกแต่งให้ได้อารมณ์เหมือนกับแคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี ตั้งแต่รูปทรงของอาคารที่สร้างเป็นรูปแบบบ้านมีสีสัน การตกแต่งทั้งภายในและภายนอกเน้นคอนเซปต์แบบอิตาลีจริงๆ ดูรื่นรมย์ชวนนั่ง แถมยังมีหลากหลายโซนให้เลือกนั่งตามชอบใจ ถ้าใครชอบนั่งในห้องแอร์เย็นสบาย แนะนำโต๊ะนั่งด้านในบ้านที่จัดตกแต่งแบบอบอุ่น และด้านในนี้ยังมีห้องคาราโอเกะให้บริการอีก 3 ห้องสำหรับผู้ที่รักการร้องเพลง

2012711152422

แต่ถ้าใครชอบนั่งแบบกินลมชมธรรมชาติ แนะนำโซนด้านนอกที่โต๊ะให้เลือกนั่งในมุมสบายๆ มากมาย มีโซนตะนั่งติดสระน้ำชวนนั่งแบบผ่อนคลาย หรือจะเป็นโซนโต๊ะนั่งชั้นลอย ที่มีโต๊ะพูลให้บริการด้วย อีกทั้งที่นี่ยังมีวงดนตรีเล่นเพลงแนวอะคูสติกถึง 2 วง มาเล่นเพลงเพราะๆ ให้ฟังทุกวัน วงแรกเล่นเวลา 19.30 น. และวงที่สองเล่นเวลา 22.00 น. เรียกว่าฟังเพลงแบบเพลิดเพลินเคียงคู่ไปกับการกินอาหารแบบสำราญกันไป

TuscanyThaiCuisine.5

สำหรับอาหารที่มีให้บริการ ทางร้านเน้นเมนูอาหารไทยฟิวชั่น รสชาติแบบจัดจ้านซึ่งทางร้านคิดค้นสูตรขึ้นมาโดยเฉพาะ และก็ยังมีอาหารอิตาเลียนให้ได้ลิ้มลองกันด้วย ซึ่งอาหารของที่นี่ชวนลิ้มลองเป็นอย่ามาก เพราะทางร้านพิถีพิถันใส่ใจทุกรายละเอียดของอาหารที่นำเสนอ เน้นคัดสรรวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ เพื่อนำมาปรุงแต่งเป็นอาหารเลิศรสที่ชวนชิมมากมาย

“Tuscany Thai Cuisine” (ทัสคานี ไทย ควิซีน) ตั้งอยู่ที่ 8 ซ.พหลโยธิน23 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม. การจากถ้ามาจากถ.พหลโยธิน ให้เลี้ยวเข้าซ.พหลโยธิน 23 ตรงไปประมาณกลางซอยก่อนถึงทางเลี้ยว จะเห็นร้านทัสคานีอยู่ทางขวามือ หรือถ้ามาจากถ.วิภาวดีรังสิต ให้เลี้ยวเข้าซ.วิภาวดีรังสิต 32 ตรงไปตามทางบังคับ จะเห็นร้านทัสคานี อยู่ซ้ายมือ มีป้ายร้านให้เห็นเจน เปิดทุกวัน เวลา 11.00-24.00 น. ถ้ามากินแนะนำว่าควรโทร. มาจองโต๊ะก่อน โทร. 08-2324-9555

Sirocco วิวสวย อาหารอร่อยกลางกรุงเทพ

Sirocco สถานที่ที่จะทำให้อาหารมื้อค่ำของคุณ สุดแสนโรแมนติกและน่าจดจำ เพราะคุณจะได้เพลิดเพลินกับวิวสวยในมุมสูงอันน่าทึ่งของกรุงเทพฯ ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนและแสงดาวที่โอบล้อม อีกทั้งยังมีวงดนตรีแจ๊สที่เล่นกันสด ๆ คอยขับกล่อมให้เคลิบเคลิ้มไปกับอาหารสไตล์เมดิเตอเรเนียน นุ่มลิ้น น่าลิ้มลองหลากหลายเมนู นอกจากนี้ ยังมี Sky Bar บาร์รูปวงกลมที่สามารถเปลี่ยนสีได้ตามจังหวะดนตรีแจ๊ส (ว้าว!) ตั้งโดดเด่นอยู่ปลายทาง สำหรับจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ให้ชุ่มคอ ^^

sirocco

Sirocco สูงสุดโรแมนติกสุด ร้านนี้เป็นที่สุดของที่สุดแล้วจริงๆ ทั้งเรื่องความสูงของร้าน ที่อยู่สูงถึงชั้นที่ 63 ของโรงแรมเลอบัว สูงชนิดที่แทบจะเหยียบยอดเมฆได้เลยมั้งนั่น เวลามองไปรอบๆ ก็จะเห็นวิวกรุงเทพฯ แบบไกลสุดลูกหูลูกตา มีวิวแม่น้ำเจ้าพระยาให้ชมกันด้วยแถมยังขึ้นชื่อในเรื่องบรรยากาศสุดโรแมนติก ที่สาวๆ หลายคนฝันกันไว้ว่า อยากจะให้แฟนพามาดินเนอร์ใต้แสงเทียนสักครั้ง แต่เพราะที่ “Sirocco” นอกจากขึ้นชื่อเรื่องความสูงแล้ว เรื่องราคาก็สูงขึ้นชื่อไม่แพ้กัน เบียร์และเครื่องดื่มต่างๆ เริ่มต้นที่ 300 บาท ไปจนถึงเกือบๆ 500 ส่วนอาหารก็มีที่ถูกสุดคือสลัด จานละประมาณ 500 นอกนั้นอาหารจานละเกิน 500 เรื่อยไปจนถึงพันแทบทั้งสิ้น แต่อาหาร บริการและวิวทิวทัศน์ก็ดีเลิศสมกับราคาที่จ่ายไป แต่ถ้างบน้อย หรือไม่อยากจ่ายแพง เพราะแค่อยากขึ้นไปชมวิวเท่านั้น ก็เลือกไปที่บาร์ได้ สั่งแค่เครื่องดื่มมาดื่มขณะชมวิวเพลินๆ

sirocco-01

Sirocco ตั้งอยู่บนยอดตึก State Tower ถ.สีลม ร้านอยู่ชั้นที่ 63 เมื่อท่านไปถึงจะมีพนักงานต้อนรับและพาไปที่บาร์เพื่อรอโต๊ะ ระหว่างนั้นก็ดูวิวให้เพลิดเพลิน นั่งมองวิวกรุงเทพได้เลย

          ที่ตั้ง  :  ชั้น 63 โรงแรมเลอบัวแอทสเตททาวเวอร์ ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
          เวลาเปิด – ปิด  :  18.00 – 01.00 น.
          โทรศัพท์  :  02-6249555

 

แอปเปิลไซเดอร์ น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ สุขภาพก็ได้ประโยชน์

แอปเปิลไซเดอร์ น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ สุขภาพก็ได้ประโยชน์

แอปเปิลไซเดอร์หรือน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิล ไม่ได้มีดีแค่ด้านงานครัวเท่านั้น ประโยชน์อื่น ๆ ของแอปเปิลไซเดอร์ก็มีอีกเพียบ !

น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิลหรือที่เราคุ้นชินกันดีในชื่อ แอปเปิลไซเดอร์ จากที่เคยใช้ปรุงอาหารและใช้กับงานครัวมาโดยตลอด วันนี้เมื่อได้รู้ประโยชน์สารพัดอย่างของแอปเปิลไซเดอร์ที่นิตย­­สารอาหาร & สุขภาพ ได้บอกต่อมา แล้วคุณจะใช้แอปเปิลไซเดอร์อย่างคุ้มค่ามากขึ้น

มนุษย์เรารู้จักน้ำส้มสายชูมาตั้งแต่ 5,000 ปีก่อนคริสตกาล จากการหมักทำน้ำองุ่นให้เป็นไวน์ จากนั้นก็กลายเป็นน้ำส้มสายชู ช่วงแรกน้ำส้มสายชูนำไปเพื่อใช้ในการถนอมอาหารเท่านั้น ส่วนประโยชน์ทางด้านการแพทย์ได้เป็นที่รู้จักในเวลาต่อมา

ในปี 1700 ฮิปโปเครติส (Hippocrates) บิดาทางการแพทย์สมัยใหม่ ใช้น้ำส้มสายชูรักษาบาดแผลผู้ป่วยการติดเชื้อ จากนั้นแพทย์ใช้น้ำส้มสายชูในการรักษาทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่อา­­การแพ้ดอกไม้ผื่นคัน โรคซาง หรือปวดท้อง รวมถึงใช้ในการรักษาโรคเบาหวานด้วย

วิเนก้า (vinegar) ภาษาฝรั่งเศสแปลว่าไวน์เปรี้ยว หมักมาจากคาร์โบไฮเดรตเกือบทุกชนิดทั้งองุ่น, อินทผลัม, มะพร้าว, มันฝรั่ง, หัวบีท และแอปเปิล

ตามวิถีดั้งเดิมน้ำส้มสายชูทำมาจากขบวนการหมักอย่างช้า ๆ ทำให้เกิดสารชีวภาพธรรมชาติที่มีประโยชน์ เช่น กรดอะซิติก (acetic acid), กรดแกลลิก (gallic acid), แคตเทชิน (catechin), อิปิกแคตเทชิน (epicatechin), กรดคาเฟอิก (caffeic acid) และอื่น ๆ อีกมากมายที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ต้านเชื้อโรค และคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์อีกมากมาย จากรายงานของ Medscape General Medicine

วิธีการหมักแบบช้า ๆ เป็นวิธีการดั้งเดิมที่ใช้ในการผลิตไวน์วินิการ์ (ไวน์น้ำส้มสายชู) โดยใช้อะซิติก แอซิดแบคทีเรียเป็นสารตั้งต้น ให้เจริญเติบโตบนผิวของของเหลวน้ำผลไม้นั้น ปล่อยขบวนการหมักดำเนินไปอย่างช้า ๆ เป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

การหมักที่นานเกินกว่านั้นจะทำให้เกิดเมือกที่ไม่เป็นพิษ เป็นส่วนประกอบของยีสต์และอะซิติก แอซิคแบคทีเรียที่เป็นตัวเริ่มต้นในการผลิตน้ำส้มสายชู หรือที่เรียกว่า แม่ของน้ำส้มสายชู (mother of vinegar) พบในน้ำส้มสายชูที่ไม่ผ่านขบวนการผลิต ไม่ผ่านการกรอง เป็นตัวสำคัญที่ทำให้น้ำส้มสายชูชนิดนี้มีคุณภาพสูง น้ำส้มสายชูหมักที่ทำจากโรงงานจะผ่านขบวนการพาสเจอไรซ์และการกร­­อง เพื่อหยุดยั้งการทำงานของแม่ของน้ำส้มสายชูนี้เพื่อบรรจุขวดและ­­จำหน่ายต่อไป

แม่ของน้ำส้มสายชูมีคุณสมบัติเป็นสารต้านแบคทีเรียและต้านเชื้อรา บรรเทาอาการเมื่อถูกแดดเผา ป้องกันรังแค รักษาอาการเจ็บคอ ช่วยในการย่อยอาหาร ควบคุมน้ำหนัก และทำให้ผิวสวยสดใส

น้ำส้มสายชูหมักจากผลแอปเปิลกับการรักษาสุขภาพ

แม้จะไม่มีคำแนะนำการรับประทานน้ำส้มสายชูนี้อย่างเป็นทางการ แต่มีบางคนใช้วิธีผสมน้ำส้มสายชู 1-2 ช้อนชากับน้ำบริสุทธิ์หนึ่งแก้ว ดื่มก่อนอาหารหรือในตอนเช้าเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เขาเป็นอยู­­่ ความเสี่ยงอันตรายจากการกระทำเช่นนี้มีน้อยมาก และนักวิจัยบางท่านก็ยังเชื่อว่าอาจทำให้เกิดประโยชน์สำหรับสุข­­ภาพได้บางประการ

โรคเบาหวาน

น้ำส้มสายชูได้รับการกล่าวว่าเป็นสารต้านไกลซีมิก จึงมีผลดีกับระดับน้ำตาลในเลือด ด้วยความคิดที่ว่า กรดอะซิติกในน้ำส้มสายชูอาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดลง ด้วยการช่วยให้การย่อยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนเป็นไปอย่างสมบูรณ์โ­­ดยช้า ๆ ใช้กรดน้ำย่อยในกระเพาะจนหมด และเพิ่มการเก็บกลูโคสเข้าไปในเนื้อเยื่อของเซลล์ได้มากขึ้น

อีกทฤษฏีหนึ่งที่ใช้อธิบายก็คือ น้ำส้มสายชูอาจชัดขวางเอนไซม์การย่อยบางตัวให้ย่อยสลายคาร์โบไฮ­­เดรตไปเป็นน้ำตาลให้ดำเนินไปได้ช้าลง จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนกลายเป็นน้ำตาลเข้า­­สู่กระแสเลือดได้ช้าลงในมื้ออาหารนั้น ส่งผลให้ร่างกายมีเวลาในการดึงน้ำตาลออกจากกระแสเลือดได้นานขึ้­­น ป้องกันระดับน้ำตาลไม่ให้พุ่งขึ้นสูงปรี๊ดอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ดีขณะนี้ยังมีงานวิจัยรองรับการใช้น้ำส้มสายชูรักษาผู­­้ป่วยเบาหวานนี้น้อยมาก

http://wm.thaibuffer.com/o/image/icon/48be2683.gif การศึกษาหนึ่งพบว่าน้ำส้มสายชูช่วยให้ความไวต่ออินซูลินของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ดีขึ้น 19% และของผู้ที่ใกล้จะเป็นเบาหวานดีขึ้น 34%

http://wm.thaibuffer.com/o/image/icon/48be2683.gif ในงานศึกษาพบว่า การรับประทานน้ำส้มสายชูหมักจากผลแอปเปิล 2 ช้อนโต๊ะก่อนนอน จะทำให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีระดับน้ำตาลในเลือดลดลง 6% ในตอนเช้า

เพราะดีอย่างนี้ไง เลยอยากให้กินไข่เป็นมื้อเช้า

กินไข่เป็นมื้อเช้าได้ประโยชน์จัดเต็ม โดยเฉพาะคนที่อยากลดน้ำหนัก หรือแค่อยากกินอาหารเช้าเพื่อสุขภาพแบบง่าย ๆ เมนูไข่ ไข่ ก็ให้คุณได้

ทำไมต้องกินไข่เป็นมื้อเช้า ? ถ้ายังรู้ประโยชน์ของการกินไข่ตอนเช้าไม่ครบ เราก็อาจมีคำถามแนว ๆ นี้อยู่บ้าง แต่หากประโยชน์ของไข่ดีไม่จริง เชื่อเถอะเราไม่แนะนำให้กินไข่เป็นมื้อเช้าแน่ ๆ

1. เปี่ยมประโยชน์

ไข่เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย มาครบทั้งโปรตีน ธาตุสังกะสี วิตามิน A, D, E และ B12 แถมยังให้พลังงานแค่เพียง 85 กิโลแคลอรีต่อฟองเท่านั้นเอง ดังนั้นไข่จึงเป็นเมนูที่กินแล้วอิ่มนาน ส่งผลให้กินอาหารได้น้อยในมื้อถัด ๆ ไป และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมกินไข่ต้มตอนเช้าแล้วช่วยลดความอ้วนได้ยังไงล่ะคะ

2. โปรตีนสูง

ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม ในไข่เพียง 1 ฟอง มีโปรตีนอยู่ถึง 6 กรัม ถือเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับคนที่ไม่สามารถรับประ­­­ทานเนื้อสัตว์ได้

3. บำรุงสมองและระบบประสาท 

ในไข่เพียง 1 ฟอง มีโคลีน (Choline) มากถึง 20% นับเป็นปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน ซึ่งโคลีนเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ เยื่อหุ้มสมอง ส่งผลให้สมองและระบบประสาทแข็งแรง พร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างตื่นตัว

กินไข่ต้มตอนเช้า

4. ช่วยในการมองเห็น

ด้วยลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ที่มีอยู่ในไข่ สารทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นสารแคโรทีนอยด์ที่มีความสำคัญกับสุขภาพดวงตา ทั้งยังช่วยปกป้องร่างกายจากสารอนุมูลอิสระ และยังช่วยลดความเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อมได้อีกด้วย

5. ลดความเสี่ยงต้อกระจกก็ได้

ไข่ไม่ได้เพียงแต่ช่วยลดการเกิดจอประสาทตาเสื่อมเท่านั้น แต่สารต้านอนุมูลอิสระในไข่ยังช่วยป้องกันดวงตาจากการทำลายของรังสียูวี และช่วยลดความเสี่ยงโรคต้อกระจกเมื่อแก่ตัวลงได้อีกด้วย

ประโยชน์ถั่วลันเตา จัดไปเน้น ๆ แก้ท้องผูก ลดน้ำตาลในเลือดได้อยู่หมัด

 ถั่วลันเตา สรรพคุณทรงคุณค่า บำรุงสุขภาพแบบเน้น ๆ ประโยชน์ของถั่วลันเตาดีแค่ไหนต้องพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง

ถั่วลันเตา อีกหนึ่งอาหารจากธรรมชาติที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมานาน ซึ่งนอกจากจะรสชาติหวานกรอบอร่อยแล้ว ก็ยังมีคุณค่าทางอาหารอีกมากมายที่รอให้คุณสัมผัสกับประโยชน์ดี ๆ เพื่อสุขภาพ มาทำความรู้จักกับผักชนิดนี้ให้มากขึ้น แล้วคุณจะตกหลุมรักเจ้าผักชนิดนี้จนรีบหามารับประทานกันอย่างด่วนจี๋เลย

ทั้งนี้ลักษณะโดยทั่วไปของถั่วลันเตาคือ เป็นไม้เลื้อย ลำต้นเล็กเป็นเหลี่ยม ใบมีลักษณะเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 1-4 คู่ ใบย่อยมีลักษณะเป็นรู้กึ่งวงกลม หรือเป็นรูปรี โคนใบกลม ปลายใบแหลม มีสีเขียวอ่อนถึงสีเขียวเข้ม ดอกเป็นดอกแบบสมบูรณ์เพศ ผสมตัวเอง ลักษณะเป็นแบบช่อกะจะ กลีบกลางสีขาวหรือขาวปนน้ำเงิน กลีบคู่ด้านข้างสีขาว หรือมีแต้มสีม่วงแดง กลีบคู่ล่างมีสีเดียวกัน โดยส่วนที่นิยมนำมาใช้ถือผล ซึ่งมีลักษณะเป็นฝักถั่ว ภายในฝักมีเมล็ดตั้งแต่ 3-10 เมล็ด สามารถนำมารับประทานได้ทั้งฝักเมื่อยังเป็นฝักอ่อน หรือจะนำเมล็ดแก่ออกจากฝักมารับประทานก็ได้ ถั่วลันเตาได้รับความนิยมสูงเนื่องจากมีคุณค่าทางอาหารสูง โดยในเมล็ดถั่วลันเตา 100 กรัม มีคุณค่าทางอาหารดังนี้

– พลังงาน 84 กิโลแคลอรี
– น้ำ 77.87 กรัม
– คาร์โบไฮเดรต 15.63 กรัม
– โปรตีน 5.36 กรัม
– ไขมัน 0.22 กรัม
– ไฟเบอร์ 5.5 กรัม
– น้ำตาล 5.93 กรัม
– แคลเซียม 27 มิลลิกรัม
– ธาตุเหล็ก 1.54 มิลลิกรัม
– แมกนีเซียม 39 มิลลิกรัม
– ฟอสฟอรัส ฟอสฟอรัส 117 มิลลิกรัม
– โพแทสเซียม 271 มิลลิกรัม
– โซเดียม 3 มิลลิกรัม
– สังกะสี 1.19 มิลลิกรัม
– วิตามินซี 14.2 มิลลิกรัม
– ไนอะซิน 2.021 มิลลิกรัม
– ไธอะมิน 0.259 มิลลิกรัม
– ไรโบฟลาวิน 0.149 มิลลิกรัม
– วิตามินบี 6 0.216 มิลลิกรัม
– โฟเลต 63 ไมโครกรัม
– วิตามินเอ 801 ยูนิด
– วิตามินอี 0.14 มิลลิกรัม
– วิตามินเค 25.9 ไมโครกรัม

ประโยชน์ของถั่วลันเตา ดีแบบเน้น ๆ เด่นบำรุงสุขภาพ

นอกจากจะเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารสูงแล้ว ถั่วลันเตาเองก็ยังมีประโยชน์กับสุขภาพอีกมากมาย จึงทำให้ถั่วชนิดนี้กลายเป็นอาหารที่มีดีอย่างครบถ้วนทั้งในด้านรสชาติที่หวานกรอบ และการบำรุงสุขภาพ ซึ่งประโยชน์ของถั่วลันเตามีดังนี้ค่ะ

1. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

ไม่ว่าจะเป็นสารฟลาโวนอยด์ แคโรทีนอยด์ กรดฟีโนลิก และโพลีฟีนอล ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ถูกทำลาย ลดการอักเสบ อันเป็นสาเหตุของโรคภัยต่าง ๆ อาทิ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ รวมทั้งช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอีกด้วย อีกทั้งยังมีวิตามินซี วิตามินอี และสังกะสีที่ดีต่อสุขภาพ

2. ช่วยลดน้ำหนัก

ขึ้นชื่อว่าถั่วแล้ว แน่นอนล่ะว่าถั่วลันเตาก็เป็นอาหารอีกหนึ่งชนิดที่มีปริมาณโปรตีนสูง แถมยังมีไขมันต่ำ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก อีกทั้งไฟเบอร์ในถั่วลันเตาก็ยังช่วยทำให้อิ่มนานขึ้น ลืมไปได้เลยเรื่องหิวบ่อย

3. ลดคอเลสเตอรอล

ไนอะซิน (Niacin) ที่อยู่ในถั่วลันเตา มีส่วนสำคัญในการช่วยลดการสร้างไขมันไตรกลีเซอไรด์ และไขมัน VLDL ซึ่งเป็นไขมันที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่ลำเลียงไตรกลีเซอไรด์จากตับไปยังอวัยวะต่าง ๆ ส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ลดลง แต่ทำให้คอเลสเตรอลชนิดที่ดีเพิ่มขึ้น (HDL) จึงช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดอุดตันได้

4. แก้ท้องผูก

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องท้องผูก ถั่วลันเตาช่วยคุณได้ค่ะ เพราะเจ้าถั่วชนิดนี้มีไฟเบอร์สูง ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย และทำให้ระบบลำไส้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ

5. บำรุงหัวใจ

นอกจากช่วยลดคอเลสเตอรอล และป้องกันหลอดเลือดอุดตันแล้ว ลูทีน และไฟเบอร์ที่อยู่ในถั่วลันเตาก็ยังช่วยลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งได้อีกด้วย โดยจะเข้าไปป้องกันการก่อตัวของคราบพลักภายในผนังหลอดเลือดแดง ไม่เพียงเท่านั้นไธอะมีน โฟเลต ไรโบฟลาวิน ไนอะซิน และวิตามินบี 6 ยังช่วยลดระดับของโฮโมซีสเตอีน (Homocysteine) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจลง